เลือกหน้า

รายละเอียดงานวิจัย

การคัดเลือกและทดสอบพันธุ์ผักกาดขาวปลีพันธุ์ผสมเปิด
The Maternal Line Selection and Trails of Chinese Cabbage for Open-

pollinated Varieties
อรทัย วงค์เมธา*,1/ กฤษณ์ ลินวัฒนา2/ กิตติชัย แซ่ย่าง1/ อรอนงค์ สว่างสุริยวงษ์1/ วีรพรรณ ตันเส้า1/

ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่

สถาบันวิจัยพืชสวน

บทคัดย่อ

การคัดเลือกพันธุ์ผักกาดขาวปลีผสมเปิดทนร้อน ได้ดาเนินการในแปลงวิจัยศูนย์วิจัยเกษตรหลวง เชียงใหม่ ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ปี 2558-2559 โดยใช้เมล็ดพันธุ์ผักกาดขาวปลีจาก Asian Vegetable Research and Development Center–The world vegetable center (AVRDC-The world vegetable center), ประเทศไต้หวันจานวน3 สายพันธุ์ได้แก่สายพันธุ์ V10606461106, V90606441104 และ คู่ผสม E7xB18 ซึ่งดาเนินการคัดเลือกจากต้นที่มีลักษณะการเข้าปลีแน่น โดยใช้ไม้ หลักทาเครื่องหมายที่ดีที่สุด (D1) ปักไม้จานวน 3 หลัก ที่ดีรองลงมา (D2) ปักไม้ จานวน 2 หลัก และที่ดี พอใช้ (D3) ปักไม้จานวน 1 หลักย้ายต้นที่คัดเลือกไปปลูกรวมกันวางเป็นชั้น ชั้นนอกสุดคือดีพอใช้ (D3) ชั้น กลางคือดีรองลงมา (D2) และชั้นในสุดคือดีที่สุด (D1) ห่างจากแปลงเดิมอย่างน้อย 1 กิโลเมตร น้าหนักเมล็ดที่ ได้จากการคัดเลือกพันธุ์ที่เข้าปลีดีที่สุด(D1)251.8 กรัมน้าหนักเมล็ดที่ได้จากการเข้าปลีดีรองลงมา(D2) 322.4 กรัม และน้าหนักเมล็ดที่ได้จากการเข้าปลีดีพอใช้ (D3) 534.2 กรัม จากนั้นนาเมล็ดที่ได้จากการผสม เปิดด้วยวิธีการคัดเลือกแบบ maternal line selection มาทาการทดสอบพันธุ์ผักกาดขาวปลีผสมเปิดทนร้อน โดยนาเมล็ดพันธุ์ D1 และ D2 จากการคัดเลือกพันธุ์ผักกาดขาวปลีผสมเปิดทนร้อนมาทดสอบกับพันธุ์การค้า ในแปลงวิจัยศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ปี 2559 วางแผนการทดลองแบบ RCB ประกอบด้วย 5 กรรมวิธี 4 ซ้า กรรมวิธีที่ 1 คือ พันธุ์ D1, กรรมวิธีที่ 2 คือพันธุ์ D2, กรรมวิธีที่ 3 คือ พันธุ์การค้า 1, กรรมวิธีที่ 4 คือพันธุ์การค้า 2 และกรรมวิธีที่ 5 คือพันธุ์การค้า 3 เตรียมแปลงปลูกขนาด 1.2x5 เมตร ใช้ระยะปลูก 25 X 25 เซนติเมตร ตามแต่ละกรรมวิธี พบว่า พันธุ์ D1 มีผลผลิตมากที่ 34.5 กิโลกรัม รองลงมาคือ พันธุ์ D2, พันธุ์การค้า 2, พันธุ์การค้า 3 และพันธุ์การค้า 1 มีผลผลิตเฉลี่ย 28.5, 25, 24.8 และ 23.8 กิโลกรัม ตามลาดับ ซึ่งไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ

  

ดูข้อมูลวิจัยฉบับเต็ม : PDF