เตือนภัยการเกษตร

ช่วงวันที่ 27 มิถุนายน -3 กรกฎาคม 2561

ภาคเหนือ ตอนล่าง

1.กาแฟอาราบิกา ระยะกล้า ติดผลอ่อน (ศว.กส.เพชรบูรณ์)

- โรคใบจุดตากบ (Brown Eye Spot) เกิดจากเชื้อรา ในระยะเริ่มแรก ใบจะมีจุดสีน้ำตาล ต่อมาจุดนี้จะกลายเป็นสีเทาหรือเทาอ่อนไปจนกระทั่งถึงสีขาวตรงจุดกึ่งกลางของแผล ขอบแผลจะมีสีน้ำตาลแดง และจะล้อมรอบโดยวงสีเหลือง ส่วนตรงกลางของแผลที่มีสีเทาจะเห็นจุดเล็ก ๆ สีดำกระจาย อยู่ทั่วไป

การป้องกันกำจัด

1.หมั่นดูแลและสำรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบให้ตัดเผาทำลายนอกแปลงปลูก

2.หากมีโรคเกิดขึ้นกับพืชในแปลงปลูกให้ฉีดพ่นด้วยสารเคมี เช่น อะซอกซีสโตรบิน+ไดฟีโนโคนาโซล อัตรา 15 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือคาร์เบนดาซิม อัตรา 50-60 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นเมื่อพบการระบาดของโรคและพ่นซ้ำทุก 7 วัน โดยใช้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือใช้สลับกัน

- มอดเจาะผลกาแฟ มอดตัวเต็มวัยเข้าทำลายผลกาแฟได้ตั้งแต่ขนาดผลกาแฟมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.3 มิลลิเมตร ขึ้นไป โดยเพศเมียจะเจาะผลกาแฟบริเวณปลายผลหรือสะดือของผล ในผลกาแฟสามารถพบแมลงได้ทุกระยะการเจริญเติบโต (ระยะไข่ หนอน ดักแด้ และตัวเต็มวัย) มอดอาศัยกัดกิน ขยายพันธุ์ในผลจนกระทั่งผลกาแฟสุก และยังสามารถอยู่ในผลกาแฟที่แห้งคาอยู่ในต้น ผลกาแฟที่หล่นลงพื้นดิน และมอดอยู่ในกาแฟกะลาได้ในระยะหนึ่งถ้าเมล็ดกาแฟมีความชื้นเหมาะสม ซึ่งมอดยังคงทำลายเมล็ดกาแฟกะลาระหว่างการตากเมล็ด

การป้องกันกำจัด

1. การเก็บเกี่ยวกาแฟ ควรเก็บผลผลิตให้หมดต้นไม่ให้ติดค้างอยู่บนต้นหรือร่วงหล่นตามพื้นดินใต้ต้น

2. ถ้าการระบาดรุนแรงให้เลือกใช้สารชนิดใดชนิดหนึ่งดังนี้ ไตรอะโซฟอส 40% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คาร์โบซัลแฟน 20 % อีซี อัตรา 80 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนล่าง

1.พริก ช่วงการเจริญเติบโตทางลำต้น-เก็บเกี่ยวผลดิบ (ศวส.ศรีสะเกษ)

- โรครากเน่าโคนเน่า มักเกิดในระยะพริกโตเต็มที่ ช่วงออกดอกติดผล อาการเริ่มแรกจะมีใบเหลืองและร่วง หากระบาดรุนแรง ต้นพริกจะเหี่ยวและยืนต้นตายโคนต้นจะพบเชื้อราเส้นใยสีขาวรวมเป็นก้อนกลมจากนั้นจะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีน้ำตาลดำคล้ายเมล็ดผักกาด (ราเม็ดผักกาด)

การป้องกันกำจัด

1. ถอนต้นที่เป็นโรคนำไปเผาทำลาย

2. ใส่ปูนขาวก่อนปลูกเพื่อปรับสภาพดิน

3. ใช้สารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น อีไตรไดอะโซล 24% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20ลิตร หรือ ควินโตซีน 75% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30 กรัมต่อน้ำ 20ลิตร ราดดินในหลุมที่ขุดเอาดินเก่าออกแล้ว หรือราดบริเวณโคนต้น

4. ถ้าโรคระบาดรุนแรง ให้ปลูกพืชอื่นสลับหมุนเวียน อย่างน้อย 5 ปี

- โรคกุ้งแห้ง หรือโรคแอนแทรคโนส มักพบอาการบนผลพริกที่เริ่มสุกหรือผลพริกก่อนจะเปลี่ยนสี เริ่มแรกมีแผลจุดช้ำสีน้ำตาลบุ๋มยุบตัวลึกลงเล็กน้อยในผิวผลพริกต่อมาแผลขยายออกเป็นวงรีหรือวงกลมซ้อนกันเป็นชั้นๆ ถ้าอากาศชื้นบริเวณแผลจะมีเมือกเยิ้มสีส้มอ่อนๆ แต่หากแสดงอาการที่ผลอ่อนจะทำให้ผลพริกโค้งงอบิดลักษณะคล้ายกุ้งแห้ง

การป้องกันกำจัด

1. ถ้าเก็บเมล็ดพันธุ์เอง ต้องเลือกจากผลพริกที่ไม่เป็นโรค หรือเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์ หรือต้นกล้า จากแหล่งที่ปราศจากโรค

2. ไม่ควรปลูกพริกให้ต้นชิดกันเกินไป เพราะจะทำให้การถ่ายเทอากาศไม่ดี และเกิดความชื้นสูง ซึ่งจะทำให้โรคระบาดได้รวดเร็ว

3. เก็บผลพริกที่เป็นโรคออกจากแปลง นำไปเผาทำลาย

4. เมื่อเริ่มพบโรคพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น อะซอกซีสโตรบิน 25% เอสซี อัตรา 5-10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ แมนโคเซบ 75% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ โพรคอลราซ 45% อีซี อัตรา 20-30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร

2.มะลิ ระยะออกดอก (ศวส.ศรีสะเกษ)

                   - หนอนเจาะดอก ดอกมะลิเป็นรอยช้ำ จะเห็นมูลของหนอนเป็นขุยๆ อยู่ภายใต้ดอก สีของดอกมะลิจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง สีน้ำตาลแห้ง เหี่ยวแห้ง และร่วงหล่น

การป้องกันกำจัด

                   เมื่อพบการระบาด พ่นด้วยสารฆ่าแมลง ได้แก่ ฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คลอร์ไพริฟอส 40% อีซี อัตรา 80 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หากพบการระบาดทำการพ่นสารทุก 4 วันครั้ง และไม่ควรพ่นสารฆ่าแมลงชนิดเดียวกันติดต่อกันหลายครั้ง เพราะจะทำให้แมลงสร้างความต้านทานต่อสารฆ่าแมลงชนิดนั้น ในแหล่งที่มีการต้านทานให้ใช้อัตราสูง