ลำไย

(Longan)

ประวัติและถิ่นกำเนิด

                    ถิ่นกำเนิดสันนิษฐานว่าอยู่ในประเทศจีนตอนใต้และแพร่กระจายเข้าสู่อินเดีย พม่า ฟิลิปปินส์  ยุโรป สหรัฐอเมริกา (ฮาวายและฟลอริดา) คิวบา หมู่เกาะอินเดียตะวันตกและเกาะมาดากัสการ์ ส่วนลำไยในประเทศไทยนั้น สันนิษฐานว่ามาจากประเทศจีนตอนใต้เช่นกัน

พันธุ์ลำไยแบ่งได้  2 ชนิด คือ

$1ก.    ลำไยเครือหรือลำไยเถา

$1ข.    ลำไยต้น แบ่งออกเป็น 2 ชนิด

$11.    ลำไยพื้นเมืองหรือลำไยกระดูก

$12.    ลำไยกระโหลก ผลมีขนาดใหญ่ เนื้อหนาและรสหวาน พันธุ์ที่นิยมปลูกและเป็นพันธุ์ที่ส่งออกต่างประเทศคือ

$12.1   พันธุ์ดอหรืออีดอ เป็นพันธุ์เบา คือ ออกดอกประมาณ เดือนธันวาคม เก็บเกี่ยวประมาณ เดือนมิถุนายน หรือกรกฎาคม สามารถแบ่งตามสียอดอ่อนได้ 2 ชนิด คือ ยอดแดง และยอดเขียว

$12.2   พันธุ์สีชมพู เป็นพันธุ์กลาง ออกดอกประมาณปลายเดือนธันวาคมถึงต้นมกราคมเก็บเกี่ยวได้ประมาณกลางเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม

$12.3   พันธุ์แห้ว  เป็นพันธุ์หนัก ออกดอกปลายเดือนมกราคม เก็บเกี่ยวได้ประมาณเดือนสิงหาคม ลำไยพันธุ์แห้ว
แบ่งได้   2   ชนิด   คือ  ยอดแดงและยอดขาว

$12.4   พันธุ์เบี้ยวเขียว  เป็นพันธุ์หนัก ออกดอกปลายเดือนมกราคม เก็บเกี่ยวเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน

สภาพดินฟ้าอากาศที่เหมาะสม

          ดิน   มีความอุดมสมบูรณ์สูง ระบายน้ำได้ดี มีความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) 5.5 – 6.5 

          น้ำ     มีปริมาณน้ำฝนไม่ต่ำกว่า 1,000 มม./ปี  และควรมีการกระจายของฝนดีประมาณ  100 – 150 วัน/ปี

          อุณหภูมิ ลำไยต้องการความหนาวเพื่อช่วยชักนำให้เกิดตาดอก อุณหภูมิในช่วงนั้นควรอยู่ระหว่าง 10 – 15 oC นาน 1-2 เดือน

          แสง    แหล่งปลูกลำไยต้องโล่งแจ้ง มีแสงแดดส่องตลอดเวลา

การปลูก

          ระยะปลูก      8 – 12  x  8 –12 เมตร

          การเตรียมหลุมปลูก   ขนาด 80x80x80 เซนติเมตร

          ฤดูปลูกลำไย   ปลูกได้ตลอดปี ช่วงที่เหมาะสมคือปลายฤดูฝน (กันยายนถึงตุลาคม) ซึ่งมีความชื้นในดินและอากาศเหมาะสม ลำไยจะเจริญเติบโตได้ดี

          วิธีการปลูก ส่วนใหญ่ปลูกด้วยกิ่งตอน การปลูกจะขุดตรงกลางหลุมให้ลึกเท่ากับภาชนะที่ใช้ชำ ใส่ฟูราดานรองก้นหลุมประมาณครึ่งช้อนแกง เพื่อป้องกันปลวกและแมลงในดิน จากนั้นกลบดินให้แน่น ให้สูงกว่าระดับพื้นดินทั่วไปเล็กน้อยเพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง ปักหลักป้องกันลมโยกต้นลำไย

การปฏิบัติดูแลรักษา

             การดูแลรักษาในระยะที่ลำไยยังไม่ให้ผล

$11.    การทำร่มเงา  ควรทำร่มเงาให้ต้นลำไยที่ปลูกใหม่ เมื่อต้นลำไยตั้งตัวได้ดีแล้วจึงเอาที่บังร่มออก

$12.    การให้น้ำ ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอประมาณสัปดาห์ละ

หนึ่งครั้ง จนต้นลำไยตั้งตัวได้ดีแล้วก็ให้น้ำตามความจำเป็น

$13.    การคลุมดิน วัสดุใช้คลุมดิน ได้แก่ ฟางข้าว เศษหญ้า หรือพืชตระกูลถั่วต่างๆ ปลูกคลุมดิน ซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้กับดิน

$14.    การสร้างทรงพุ่มของลำไย  จะสร้างทรงพุ่มของลำไยให้เป็นต้นเดี่ยวขึ้นไปก่อนแล้วจึงค่อยปล่อยให้แตกกิ่งก้านเมื่อมีความสูงจากดินประมาณ 1 เมตร ประมาณ 2 – 3 กิ่ง

$15.    การให้ปุ๋ย เมื่อต้นพันธุ์ตั้งตัวได้แล้วควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น  ปุ๋ยคอก และปุ๋ยวิทยาศาสตร์สูตร 15-15-15 อัตรา 100 – 150 กรัม/ครั้ง/ต้น

การดูแลรักษาลำไยที่ให้ผลผลิต

             เดือนกันยายน ระยะหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต

$11.    การตัดแต่งกิ่ง ควรตัดแต่งกิ่งที่ถูกโรคแมลงเข้าทำลาย กิ่งฉีกหัก  กิ่งน้ำค้าง  กิ่งไขว้ซ้อนกัน เพื่อให้ทรงพุ่มโปร่งขึ้น

$12.    ใส่ปุ๋ยอินทรีย์  10 – 20 กก./ต้น

$13.    ใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 อัตรา 1 – 2 กก./ต้น

$14.    ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอเพื่อช่วยในการแตกใบอ่อนได้เร็วขึ้น

    เดือนตุลาคม ระยะแตกใบอ่อน

$11.    พ่นปุ๋ยทางใบสูตร 30-20-10 อัตรา 20 – 30 ซีซี/น้ำ       20  ลิตร

$12.    ควรกำจัดวัชพืชให้หมด

เดือนพฤศจิกายน ระยะใบแก่

$11.    ควรมีการแต่งกิ่งอีกครั้ง ตัดเฉพาะกิ่งที่แตกออกมาเป็นกระจุก  กิ่งน้ำค้าง  กิ่งซ้อนกัน

$12.    การใส่ปุ๋ยเคมีตัวกลางและตัวหลังสูง เช่น สูตร 9-24-24 ประมาณ 1 - 2  กก./ต้น เพื่อบำรุงให้มีการสะสมอาหารและการสร้างตาดอก

$13.    ควรงดให้น้ำเพื่อให้ต้นพักตัวเร็วขึ้น

เดือนธันวาคม ระยะใบแก่

$11.    ควรกำจัดวัชพืช ทำความสะอาดสวนและใต้ทรงพุ่ม

$12.    ควรพ่นปุ๋ยทางใบเพื่อบำรุงต้นและกระตุ้นการสร้างตาดอก เช่น ปุ๋ย 10-45-10 อัตรา 20 – 30 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร

$13.    ควรงดการให้น้ำเพื่อให้ต้นลำไยมีการสร้างตาดอก

เดือนมกราคม   ระยะแทงช่อดอก

$11.    ควรมีการให้น้ำเล็กน้อย และเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อย ๆ

$12.    ควรมีการพ่นปุ๋ยทางใบเพื่อบำรุงช่อดอก และการติดผลที่ดี เช่น ปุ๋ยสูตร 10-45-10 อัตรา 20 – 30 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร

เดือนกุมภาพันธ์ ระยะดอกบาน

$11.    ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ

$12.    ควรนำผึ้งมาเลี้ยงในระยะนี้เพื่อช่วยในการผสมเกสร

$13.    ควรงดพ่นสารป้องกันกำจัดโรคแมลงทุกชนิด

เดือนมีนาคม - เมษายน ระยะติดผลขนาดเล็ก

$11.    ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ

$12.    ควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 ประมาณ 1 – 2 กก./ต้น เพื่อบำรุงให้ผลโตอย่างสม่ำเสมอ

เดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม ระยะผลกำลังเจริญเติบโต

$11.    ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ

$12.    ก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต 30 วัน ควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21

          เดือนสิงหาคม  ระยะเก็บเกี่ยวผลผลิต

$11.    ควรงดการให้น้ำก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต 7 – 10 วัน

$12.    การเก็บเกี่ยว  ควรใช้ บันได หรือ พะอง พาดกิ่งขึ้นไปใช้กรรไกรตัดข้อผลให้ลึกเข้าไปประมาณ 1 ฟุต จากปลายช่อ

วิธีการใช้สารโพแทสเซียมคลอเรตเพื่อทำให้ลำไยออกดอก

$11.    การเตรียมต้นก่อนการราดสาร โดยทำความสะอาดทรงพุ่มกำจัดวัชพืชและกวาดเอาวัสดุคลุมดินออก ถ้าดินแห้งเกินไปควรรดน้ำให้ชุ่มก่อนการราดสาร 1 วัน

$12.    อัตราของสารโพแทสเซียมคลอเรต (KCl3) ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสาร อายุลำไย หรือขนาดทรงพุ่มและชนิดของเนื้อดิน ในกรณีที่เป็นดินทรายหรือดินร่วนปนทราย ควรใช้อัตราของสารที่มีความเข้มข้นของเนื้อสารไม่ต่ำกว่า 95 % ดังนี้

ลำไย   อายุ 5 – 7 ปี ใช้สารโพแทสเซียมคลอเรต 100 กรัม/ต้น

ลำไย   อายุ 7 – 10 ปี ใช้สารโพแทสเซียมคลอเรต 150 กรัม/ต้น

ลำไย   อายุ 10 ปีขึ้นไป ใช้สารโพแทสเซียมคลอเรต 200 กรัม/ต้น

                  กรณีที่เป็นดินร่วนปนดินเหนียว หรือดินที่มีอินทรีย์วัตถุสูง ควรเพิ่มสารอีก 50 กรัม/ต้นในทุกอัตรา โดยละลายสารเคมีในน้ำประมาณ 50 – 100 ลิตร ราดให้ทั่วบริเวณทรงพุ่ม

$13.    การให้ความชื้น  ภายหลังการราดสารโพแทสเซียมคลอเรต ควรให้น้ำเพิ่มขึ้นจนดินอิ่มตัวจนกระทั่งลำไยออกดอก ทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ   20 – 35 วัน

$14.    ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการใช้สารโพแทสเซียมคลอเรต ควรทำก่อนฤดูกาลของการออกดอกตามปกติ คือไม่เกินเดือนพฤศจิกายน หรือหลังฤดูกาลปกติประมาณเดือน พ.ค.- มิ.ย.