เกษตรฯ ยันงบ 98 ล้านใช้ตามมาตรการจำกัดการใช้ 3 สาร ร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

     นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ชี้แจงกรณีปัญหาการเสนอให้มีการยกเลิกการใช้วัตถุอันตราย 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอไพรีฟอส นั้น คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้มีมติเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 ให้จำกัดการใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 รายการ และมอบให้กรมวิชาการเกษตรไปจัดทำมาตรการจำกัดการใช้เสนอคณะกรรมการวัตถุอันตรายเพื่อพิจารณา ต่อมา วันที่ 30 สิงหาคม 2561 คณะกรรมการวัตถุอันตราย มีมติเห็นชอบ 6 มาตรการจำกัดการใช้ตามที่กรมวิชาการเกษตรเสนอ โดยกรมวิชาการเกษตรได้เสนอร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จำนวน 5 ฉบับ ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ทั้ง 6 มาตรการในการจำกัดการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด ซึ่งได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 มีผลบังคับใช้วันที่ 20 ตุลาคม 2562 (180 วัน หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา) โดยกำหนดพืชที่ให้ใช้พาราควอต และไกลโฟเซต เฉพาะเพื่อกำจัดวัชพืชในการปลูกอ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ข้าวโพด และไม้ผล เท่านั้น ส่วนคลอร์ไพริฟอส ให้ใช้เฉพาะกำจัดแมลงในการปลูกไม้ดอก พืชไร่ และเพื่อกำจัดหนอนเจาะลำต้นในไม้ผล รวมทั้งได้กำหนดพื้นที่ห้ามใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด โดยห้ามใช้ในพื้นที่ปลูกพืชผักหรือพืชสมุนไพร พื้นที่ต้นน้ำ และพื้นที่สาธารณะ

     จากมาตรการจำกัดการใช้ดังกล่าวกระทรวงเกษตรฯ มีความจำเป็นต้องของบกลางจำนวน 98 ล้านบาท เนื่องจากแผนปฏิบัติการตามขั้นตอนการจำกัดการใช้สารเคมีพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอไพริฟอส เกี่ยวกับเรื่องการอบรมเกษตรกร ผู้รับจ้างพ่น ตามมาตรการจำกัดการใช้ ที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายเห็นชอบ โดยในแผนปฏิบัติการฯ กรมวิชาการเกษตรจำเป็นต้องเร่งดำเนินการตามขั้นตอนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่กรมส่งเสริมการเกษตร การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย และภาคเอกชน และเนื่องจากกรมวิชาการเกษตรได้รับการจัดสรรงบประมาณตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 เพื่อดำเนินการกิจกรรมบางส่วนไว้แล้ว แต่มีจำนวนเงินไม่เพียงพอที่จะดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการฯ ที่กำหนดไว้โดยเฉพาะในระยะสั้น ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องเสนอขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เป็นเงิน 98.6537 ล้านบาท เพื่อนำไปดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการฯ ดังกล่าว

     อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า แผนปฏิบัติการตามขั้นตอนการจำกัดการใช้สารเคมีในปี 2562-2564 ประกอบด้วย 2 แผนปฏิบัติการ คือ แผนปฏิบัติการจำกัดการใช้พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอไพริฟอส ประกอบด้วย โครงการอบรมเรื่องการใช้สารเคมีทางการเกษตรให้ถูกต้องปลอดภัย ให้แก่เกษตรกร จำนวน 1.5 ล้านครัวเรือน และผู้รับจ้างพ่น 50,000 คน และโครงการประชาสัมพันธ์สื่อสารความเสี่ยงจากวัตถุอันตรายผ่านสื่อต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่เกษตรกร ผู้บริโภค และผู้ประกอบการ ก่อนที่ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะมีผลบังคับใช้ วันที่ 20 ตุลาคม 2562

     สำหรับแผนปฏิบัติการขยายพื้นที่การผลิตทางการเกษตรที่ปลอดภัยตามมาตรฐาน ประกอบด้วย 1 โครงการขยายพื้นที่การผลิตทางการเกษตรที่ปลอดภัยตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) หรือเกษตรอินทรีย์ทั้งประเทศ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณดังกล่าวจากสำนักงบประมาณ

     อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า สำหรับประเด็นที่กล่าวถึงการพิจารณาการขอขึ้นทะเบียนที่ค้าง 4,000 เรื่อง กรมวิชาการเกษตร ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะได้ดำเนินการพิจารณารายการคำขอขึ้นทะเบียนทั้งหมด ตามลำดับของการยื่นคำขอ ที่กำหนดตามหลักเกณฑ์ในประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายฯ ที่ออกตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 โดยเสนอให้คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่มีอธิบดีกรมวิชาการเกษตรเป็นประธาน และได้พิจารณาทะเบียนที่ค้างทั้งหมดไปแล้วในช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเร่งรัดการนำเข้าสารเคมีอันตรายแต่อย่างใด