สถานการณ์และยุทธศาสตร์พลังงาน

การผลิตไบโอดีเซล

 โรคบราวน์เยิม
โรคที่เกิดจากเชื้อ
โรคแอนแทรคโนส
โรคใบไหม้
โรคใบจุด
โรคบลาส
โรคทางใบบิด
โรคใบจุดสาหร่าย
โรคลำต้นเน่า
โรคลำต้นส่วนบนเน่า
โรคผลร่วง
โรคทะลายเน่า

 

ศักยภาพปาล์มน้ำมัน

ผลผลิตของพืชน้ำมัน
          น้ำมันพืชที่สำคัญสำหรับใช้ในการบริโภค - อุปโภค ได้แก่ น้ำมันปาล์ม น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันทานตะวัน น้ำมันเมล็ดในปาล์มน้ำมันมะพร้าว น้ำมันเมล็ดเรพ น้ำมันเมล็ดฝ้าย น้ำมัน
มะกอก ฯ และจากข้อมูลของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (2550) จะเห็นได้ว่า ปี 2550 ผลผลิตน้ำมันพืชของโลกสูงกว่าปี 2540 ประมาณ 62 % และผลผลิตน้ำมันถั่วเหลืองสูงเป็นอันดับ 1 ในช่วงก่อนปี 2548 และหลังจากนั้นเป็นต้นมาปาล์มน้ำมันสามารถก้าวเข้ามาเป็นพืชน้ำมันอันดับ 1 แทนที่ ถั่วเหลือง และมีผลผลิตน้ำมันสูงถึง 36.83 ล้านตัน (ตารางที่ 1) ทั้งนี้เนื่องจากผลผลิตน้ำมันต่อไร่ของปาล์มน้ำมันสูงกว่า ถั่วเหลืองประมาณ 9 เท่าตัว (ตารางที่ 2)

 

ตารางที่ 1 ผลผลิตน้ำมันพืชโลก ตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 - 2550

ชนิด

ผลผลิตน้ำมันพืช (ล้านตัน)

2540

2545

2547

2548

2549

2550

น้ำมันถั่วเหลือง

22.57

28.90

30.05

32.50

34.48

35.99

น้ำมันปาล์ม

16.97

25.36

29.59

33.88

35.81

36.83

น้ำมันเมล็ดในปาล์ม

2.20

3.12

3.67

4.13

4.38

4.55

น้ำมันมะพร้าว

3.29

3.21

3.29

3.44

3.40

3.25

น้ำมันทานตะวัน

9.00

7.42

9.17

9.04

10.42

10.00

อื่นๆ

21.13

24.69

26.15

28.50

29.36

31.27

รวม

75.16

92.70

101.92

111.56

117.85

121.89

ที่มา : กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา, 2550

 


ตารางที่ 2 เปอร์เซ็นต์และผลผลิตน้ำมัน (กิโลกรัม/ไร่) ของพืชน้ำมันชนิดต่าง ๆ

พืช

ส่วนที่ให้น้ำมัน

เปอร์เซ็นต์น้ำมัน

ผลผลิตน้ำมัน

ปาล์มน้ำมัน

667.2

592.0

75.2

เปลือกนอก

49

104.0

เนื้อในเมล็ด

49

86.4

เมล็ดเรพ

เมล็ด

45

72.0

ทานตะวัน

เมล็ด

45

70.4

ถั่วลิสง

เมล็ด

50

59.2

ถั่วเหลือง

เมล็ด

20

30.4

มะพร้าว

เนื้อมะพร้าว

68

ฝ้าย

เมล็ด

20

ที่มา : ดัดแปลงจาก PORIM & Oil World Annual 1999

 

พื้นที่ให้ผลผลิตและผลผลิตของปาล์มน้ำมัน
          จากการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันของประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ในปี พ.ศ.2548 พบว่า ประเทศที่มีพื้นที่ให้ผลผลิตมากเป็นอันดับ 1 คือ มาเลเซีย รองลงมาคือ อินโดนีเซีย ไนจีเรีย ไทยและโคลัมเบีย และเมื่อเปรียบเทียบศักยภาพของปาล์มน้ำมันในการให้ผลผลิต/ไร่ พบว่า มาเลเซียสามารถให้ผลผลิต/ไร่ได้สูงสุด 3.3 ตัน/ไร่/ปี ทั้งนี้เนื่องจากสภาพพื้นที่และปริมาณ
น้ำฝนที่เอื้ออำนวยต่อการผลิตปาล์มน้ำมัน และประเทศที่ให้ผลผลิตรองลงมาคือ อินโดนีเซียและไทย(ตารางที่ 3) และในปัจจุบัน ปี 2550 พบว่า อินโดนีเซียกลายเป็นประเทศที่มีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันมากเป็นอันดับ 1 ของโลกและสามารถผลิตปาล์มน้ำมันได้สูงเป็นอันดับ 1 เช่นกัน

 

ตารางที่ 3 พื้นที่ให้ผลผลิต ผลผลิตรวม ผลผลิต/ไร่ของประเทศผู้ผลิตสำคัญปี พ.ศ.2548

ประเทศ

พื้นที่ให้ผลผลิต (ไร่)

ผลผลิตทะลายสดรวม (ล้านตัน)

ผลผลิต/ไร่ (ตัน/ไร่/ปี)

มาเลเซีย

อินโดนีเซีย

ไนจีเรีย

ไทย

โคลัมเบีย

22.6

22.5

20.7

2.0

1.0

75.6

64.2

8.7

5.0

3.3

3.3

2.8

0.4

2.4

3.0

รวม

78.8

173

2.1

 


แนวโน้มการขยายตัวของปาล์มน้ำมัน

          ประเทศผู้ผลิตปาล์มน้ำมัน จากการสำรวจข้อมูลของผลผลิตน้ำมันปาล์มของทั่วโลก พบว่าปี 2550 มีผลผลิตน้ำมันปาล์มทั่วโลกสูงกว่าผลผลิตในปี 2540 มากกว่า 2 เท่าตัวทั้งนี้เนื่องจากการขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับปริมาณการใช้น้ำมันที่มีเพิ่มขึ้น และรองรับการเป็นแหล่งพลังงานทดแทนน้ำมันดีเซล

 

ตารางที่ 4 ผลผลิตน้ำมันปาล์มทั่วโลก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 - 2550 ของประเทศต่าง ๆ

  ประเทศ

ผลผลิตน้ำมันปาล์ม (ล้านตัน)

2540

2545

2547

2548

2549

2550

มาเลเซีย

8.51

11.86

13.42

15.19

15.49

15.80

อินโดนีเซีย

5.00

9.20

11.50

14.00

15.40

15.90

ไนจีเรีย

0.50

0.76

0.78

0.79

0.80

0.81

ไทย

0.30

0.78

0.84

0.70

0.76

1.00

โคลัมเบีย

0.39

0.52

0.61

0.65

0.69

0.77

อื่นๆ

2.27

2.24

2.44

2.55

2.67

2.55

รวม

16.97

25.36

29.59

33.88

35.81

36.83

          จากตารางที่ 4 จะเห็นได้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศมาเลเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่ของโลก แต่ปรากฏว่าในปี พ.ศ.2550 ที่ผ่านมา ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่
ของโลกได้กลายเป็นประเทศอินโดนีเซีย สำหรับประเทศไทยเป็นผู้ผลิตมากเป็นลำดับที่สาม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 เป็นต้นมา เนื่องจากผลผลิต/ไร่/ปี ของประเทศไทยสูงกว่าไนจีเรีย ประเทศไทย
สืบเนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบที่เพิ่มขึ้น ทั้งในด้านบริโภค - อุปโภค การใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทนสำหรับผลิตไบโอดีเซล และราคาผลผลิตทะลายสดที่สูงขึ้น (ปี 2550 ราคา
ผลผลิตทะลายสดเฉลี่ย 4.07 บาท/ก.ก.)ทำให้เกษตรกรและภาคเอกชนมีความสนใจต้องการปลูกปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก พื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันของไทยจึงเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ
(ตารางที่ 5)

 

ตารางที่ 5 พื้นที่ปลูก พื้นที่ให้ผลผลิต และผลผลิตปาล์มน้ำมันของประเทศไทย ปี พ.ศ.2547 - 2550

รายการ

ปี 2547

ปี 2548

ปี 2549

ปี 2550

พื้นที่ปลูก (ล้านไร่)

พื้นที่ให้ผลผลิต (ล้านไร่)

ผลผิต/ไร่ (ตัน)

- ทะลาย (ล้านตัน)

- น้ำมันปาล์มดิบ (ล้านตัน)

2.40

1.93

2.68

5.18

0.82

2.75

2.03

2.47

5.00

0.78

3.07

2.37

2.63

6.24

1.17

3.15

2.72

2.67

7.27

1.24


ที่มา :
แผนพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน ปี 2551 - 2555 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรกฎาคม 2550

          ปริมาณการผลิตและความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบ ในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ปริมาณในแต่ละเดือนไม่สม่ำเสมอเนื่องจากผลิตทะลายสดปาล์มน้ำมันจะออกสู่โรงงานมากในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน และเดือนพฤศจิกายนเป็นเหตุให้ผลผลิตตึงตัวหรือล้นตลาดมากเกินไปในแต่ละช่วงการใช้น้ำมันปาล์มดิบในประเทศเป็นการใช้ของอุตสาหกรรมน้ำมันพืช
(โรงกลั่นน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์) เป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ดังนี้
          1) ช่วงก่อนปี พ.ศ.2542 เป็นช่วงที่ประเทศไทยผลิตน้ำมันปาล์มได้ไม่เพียต่อความต้องการใช้ในประเทศ จึงต้องนำเข้าจากประเทศมาเลเซียในรูปน้ำมันปาล์มดิบชนิดโอเลอีน
          2) ช่วงหลังปี พ.ศ.2542 ประเทศไทยเริ่มผลิตน้ำมันปาล์มดิบได้มากกว่าความต้องการใช้ในประเทศ จึงต้องมีการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยส่งออกในรูปน้ำมันปาล์มโอเลอีน
และน้ำมันปาล์มดิบ