ผลิใบ ขอคุยด้วยคน
ประภาส  ทรงหงษา

ย้อนอดีตพิพิธภัณฑ์พืชกรุงเทพฯ...แหล่งเรียนรู้ใจกลางกรุง

          หากมองย้อนเวลากลับไป 10 กว่าปีที่ผ่านมา    เมื่อวันที่ 25  เมษายน  2541     สมเด็จพระเทพรัตนราชสดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จ
พระราชดำเนินมาวางศิลาฤกษ์อาคารพิพิธภัณฑ์พืช  ในพื้นที่ของกรมวิชาการเกษตร      หลังจากนั้น กองคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร ได้มี
หนังสือกราบบังคมทูลขอพระราชทานนามอาคารพิพิธภัณฑ์พืชแห่งนี้   ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  ทรงพระราชทานนาม
อาคารนี้ว่า “พิพิธภัณฑ์พืชสิรินธร” และได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดอาคารเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2543

          อาคารพิพิธภัณฑ์พืชสิรินธร   เป็นอาคาร 3 ชั้น ประกอบด้วยชั้นที่ 1  สร้างเป็นห้องสมุดที่มีการรวบรวมเอาหนังสือเก่าแก่อายุหลายร้อยปี
เก็บไว้เพื่อให้มีความสมบูรณ์คงรูปเดิมไว้ให้มากที่สุด ชั้นที่ 2  เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์พืชกรุงเทพ  สร้างเป็นห้องที่มีการรวบรวมเอาพันธุ์พืชเก็บไว้ใน
รูปแบบต่าง ๆ    เพื่อคงไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา และชั้นที่ 3  เป็นห้องทรงงานของสมเด็จพระเทพฯ รัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี พิพิธภัณฑ์พืช
กรุงเทพ   เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับการศึกษาค้นคว้าวิจัยข้อมูลพื้นฐานทางพฤกษศาสตร์           ในการสนับสนุนการวิจัยทาง
การเกษตรที่เกี่ยวข้องหรือวิทยาการสาขาอื่น ๆ โดยศึกษาลักษณะทางพฤกษศาสตร์และอนุกรมวิธานพืช  การรวบรวมพืชในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์-
พืช มีตัวอย่างพรรไม้แห้ง ตัวอย่างดอก ตัวอย่างเมล็ดและการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชในแปลงรวบรวมพันธุ์และเรือนเพาะชำ

          ความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์พืชกรุงเทพ   จากอดีตที่ผ่านมา     พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชการที่ 6        ทรงเห็นว่างานด้าน
พฤกษศาสตร์และด้านเกษตรได้พัฒนาเจริญมากขึ้น ควรมีผู้ดูแลและขยายการสำรวจพรรณพฤกษชาติ จึงโปรดเกล้าฯให้ตั้งแผนกตรวจพันธุ์รุกขชาติ
ขึ้นฐานะเทียบเท่ากรม สังกัดกระทรวงพาณิชย์และคมนาคมในปี พ.ศ. 2463  โดยมีนายแพทย์คาร์ (A.F.G.Kerr) ชาวไอริชเป็นเจ้ากรม    นับเป็นจุด
เริ่มต้นของหน่วยงานพฤกษศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย และท่านเป็นผู้ริเริ่มสำรวจพรรณไม้ของประเทศไทยนับแต่นั้นมา

          พิพิธภัณฑ์พืชกรุงเทพได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตามลำดับ ตามสภาพการปรับปรุงของระบบราชการ  ซึ่งปัจจุบันดำเนินงานโดย กลุ่มวิจัย
เพื่อการคุ้มครองพันธุ์พืช กองคุ้มครองพันธุ์พืชกรมวิชาการเกษตร ใช้ชื่อย่อว่า BK (Bangkok Herbarium) มีจำนวนตัวอย่างพืชประมาณ 6 หมื่นกว่า
ตัวอย่าง จัดเรียงตัวอย่างที่มีท่อลำเบียงตามระบบของ Bentham แล Hooker ที่พิจารณาตามลักษณะของพืชที่มีความสัมพันธ์คล้ายคลึงกัน เริ่มจาก
กลุ่มพืชใบเลี้ยงคู่โบราณ (Primitive) กลีบดอกเด่น เกสรเพศผู้มาก คาร์เพลแยก ต่อด้วยกลุ่มพืชที่มีพัฒนาการสูงขึ้นคือ กลีบดอกไม่เด่น เกสรเพศ
ผู้น้อย คาร์เพลรวม ส่วนกลุ่มพืชใบเลี้ยงเดี่ยว   จะเริ่มจากพืชที่มีลักษณะใกล้เคียงและคล้ายคลึงใบเลี้ยงคู่      ต่อด้วยพืชที่มีพัฒนาการสูงขึ้นจนถึง
พวกหญ้า ส่วนพืชเมล็ดเปลือยเฟิร์นและพืชใกล้เคียงเฟิร์น ซึ่งเป็นพืชโบราณที่สุดจัดอยู่กลุ่มต่างหาก รวมพืชทั้งหมดเป็น 305 วงศ์

          จากอดีตจนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลากว่า 90 ปี     แห่งการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์พืชกรุงเทพกองคุ้มครองพันธุ์พืช  กรมวิชาการเกษตร  จึงได้จัดงาน
“เปิดโลกทรรศน์ 90 ปี พิพิธภัณฑ์พืชกรุงเทพ”  ขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ โดยการจัดงานในครั้งนี้    เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ด้านการบริหารจัดการ
พิพิธภัณฑ์พืช   ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมตัวอย่างพรรณไม้เพื่อศึกษา ค้นคว้า  วิจัยด้านพฤกษศาสตร์ อนุกรมวิธานพืช การอนุรักษ์ การคุ้มครองพันธุ์พืช
และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรพันธุกรรมพืช    โดยได้รับสนองพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการดำเนิน
งานตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

          ภายในงานจัดให้มีการจัดแสดงนิทรรศการทางวิชาการ   “ที่สุดแห่งมหัศจรรย์พรรณพฤกษา” มีพืชที่ใหม่ที่สุด หายากที่สุด มีค่าที่สุด
สวยที่สุด ใหญ่ที่สุด เล็กที่สุด เก่าแก่ที่สุด
เป็นต้น

          ผลิใบฯ  ฉบับนี้จะขอเสนอพันธุ์พืชที่ใหม่ที่สุด   ซึ่งเป็นพืชชนิดใหม่ที่เรียกได้ว่าเป็นพืชชนิดใหม่ของโลก   ส่วนพืชชนิดอื่นจะได้นำเสนอให้
ผู้อ่านได้ทราบรายละเอียดในโอกาสต่อไป     ตามที่กรมวิชาการเกษตรได้ค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลกที่สำรวจได้ในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2550 จำนวน 2 ชนิด และได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตเชิญพระนามาภิไธย   สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เป็นชื่อวิทยาศาสตร์
เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 55 พรรษา ในปี พ.ศ. 2553 และ ได้พระราชทานพระราชานุญาตและพระราชทานชื่อพืช
ทั้ง 2 ชนิด คือ ชมพูสิริน และ ไอยริศ


ชมพูสิริน

          ชมพูสิริน เป็นพืชที่จัดอยู่ในวงศ์เทียน (FAMILY BALSAMINACEAE) ชื่อวิทยาศาสตร์ Impatiens sirindhorniae species nova  สำรวจพบ
บริเวณหน้าผาหินปูนในเขตอำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ และอำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดเป็นพืชหายาก (rare) และเป็นพืชถิ่นเดียว
(endemic) ของประเทศไทย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายฤดู ลำต้นฉ่ำน้ำ แตกกอที่ส่วนโคน มียอดมากได้ถึง 15 ยอด ลำต้น
สีเขียวอมเทา ผิวนวล เรียบ

          ใบเป็นใบเดี่ยวเรียงเวียนแตกใบมากเฉพาะส่วนปลายยอด แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนังรูปไข่ปลายแหลม โคนตัดหรือคล้ายรูปหัวใจ ขอบหยัก
ก้านใบยาว 6 – 7.5 เซนติเมตรใกล้โคนใบมีต่อม 2 อัน

          ดอกเกิดตามปลายกิ่ง มี 1 – 2 ดอก ก้านดอกโค้ง ยาว 3 – 6.5 เซนติเมตร ดอกสีชมพูใบประดับมีขนาดเล็ก กลีบส่วนใหญ่อยู่ในแนวระนาบ
เดียว กลีบเลี้ยง 5 กลีบ อยู่เป็น 2 คู่  คู่นอกสีขาวอมเขียว รูปไข่  คู่ในลดรูปกลีบล่างสุด  เป็นรูปคล้ายเรือ    และค่อย ๆ คอดเป็นเดือยโค้งยาวได้ถึง
6 ซม. กลีบดอก 5 กลีบ กลีบบนเป็นรูปไข่กลับ ปลายพับขึ้น อยู่เป็นคู่ 2 คู่   กลีบบนเชื่อมติดกับกลีบล่าง รังไข่เกลี้ยง มีผลแบบผลแห้งแตก ภายใน
มีเมล็ดสีน้ำตาลเกือบดำ


ไอยริศ

          ไอยริศ  เป็นพืชที่จัดอยู่ในวงศ์ขิง (FAMILY ZINGIBERACEAE) ชื่อวิทยาศาสตร์ Zingiber sirindhorniae species nova  สำรวจพบบนยอด
เขาหินปูนในเขตอำเภอหนองหินและอำเภอผาขาว จังหวัดเลย จัดเป็นพืชหายาก (rare) และเป็นพืชถิ่นเดียว (endemic) ของประเทศไทย

          ลักษณะทางพฤกษศาสตร์  เป็นไม้ล้มลุกหลายฤดู ลำต้นเป็นเหง้ากลม รากสะสมอาหารทรงกระบอก1 – 3 ราก  เนื้อในสีเหลือง   มีกลิ่นเช่น
เดียวกับขิง มีลำต้นส่วนเหนือดินแตกกอ 3 – 6 ยอด แต่ละยอดยาว 40 – 70 ซม. มี 5 – 12 ใบ

          ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับระนาบเดียว แผ่นใบรูปขอบขนาน กว้าง 3.5 – 4.5 เซนติเมตร ยาว 8 – 14 เซนติเมตร ปลายแหลม โคนสอบรูปลิ่ม
ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ลิ้นใบสีแดง ยาว 7 – 8 มิลลิเมตร แยกเป็น 2 แฉกอิสระก้านใบยาว 3 – 6 มิลลิเมตร

          ช่อดอกเป็นช่อเชิงลด  เกิดที่ปลายลำต้นส่วนเหนือดิน กว้างประมาณ 1 ซม.  ยาว 5.5 – 7.5 เซนติเมตร   ก้านช่อดอกยาว 1 – 2 เซนติเมตร
ใบประดับสีเขียว มีขอบสีม่วงแดง  ใบประดับย่อยขนาดเล็ก กลีบเลี้ยง 3 กลีบ  โคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกด้านเดียว ขอบเป็นหยัก 3 แฉก
กลีบดอกสีขาว  โคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด  ปลายแยกเป็น 3 แฉก  เกสรเพศผู้ที่เป็นหมัน 5 อัน  สีม่วงเข้มมีลายประสีขาวเปลี่ยนรูปร่างไปมีลักษณะ
คล้ายกลีบดอก 2 อัน ข้างแยกกัน 3 อัน อยู่ตรงกลาง  เชื่อมติดกันเป็นกลีบปาก รูปคล้ายไข่กลับ กว้างและยาวประมาณ 2 เซนติเมตร อับเรณูมี 2 พู
ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ผลแบบผลแห้งแตก เมล็ดสีดำรูปกระสวย มีเยื้อหุ้มเมล็ดสีขาว

          นอกจากนั้น ภายในงานยังได้จัดนิทรรศการที่น่าสนใจ เช่น ไม้ที่มีค่าที่สุด ได้จัดแสดงตัวอย่างพรรณไม้ต้นแบบ (type specimens) จำนวน
มากกว่า 1,000 ชิ้น เป็นตัวอย่างอ้างอิงแรกที่ใช้จัดทำคำบรรยาย    เพื่อตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ของพืช ตัวอย่างส่วนใหญ่มีอายุเกือบ 100 ปี เก็บรวบรวม
พร้อม ๆ กับตัวอย่างพรรณไม้แห้งทั่วไปในยุคเริ่มต้นของการสำรวจพรรณไม้ไทยที่เก็บโดยนายแพทย์ Kerr พร้อมคณะ   โดยได้เก็บรวบรวมขณะที่
สังกัดอยู่ภายใต้กองตรวจพันธุ์รุกขชาติ     ซึ่งปัจจุบันตัวอย่างทั้งหมดเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์พืชกรุงเทพ (BK)  ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์พืชสิรินธร
นับเป็นที่เก็บรวบรวมตัวอย่างพรรณไม้ต้นแบบที่มีจำนวนมากที่สุดของประเทศไทย

      
              เทียนดอยหัวหมด              เทียนพระพุทธบาท                  เทียนพระบารมี                        เทียนสบเมย               

          สวยที่สุด เทียนป่า (Impatiens)    พืชสกุลเทียนจัดว่าเป็นพืชสกุลหนึ่งที่มีความหลากหลาย  และความสวยงามมากกลุ่มหนึ่ง    การศึกษา
ทบทวนพืชในสกุลนี้ของประเทศไทยยังไม่เสร็จสิ้น แต่ประเมินว่าอาจจะมีจำนวนชนิดมากถึง 100 ชนิด ที่ทราบชื่อแล้วและนำมาจัดแสดงเช่น เทียน
พระพุทธบาท
(Impatiens charanii)       เทียนพระบารมี (Impatiens charisma)     เทียนดอยหัวหมด (Impatiens patula)     เทียนสบเมย
(Impatiens circaeoides) เหยื่อกุรัม (Impatiens mirabilis) เหยื่อเลียงผา (Impatiens  kerriae)


เพชรหึง

          กล้วยไม้ใหญ่ที่สุด  ว่านเพชรหึง  หรือ ว่านหางช้าง (Grammatophyllum speciosum)    กล้วยไม้ที่มีขนาดของลำต้นและช่อดอกใหญ่
ที่สุดของวงศ์กล้วยไม้  พืชชนิดนี้เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยตามคาคบไม้ที่มีขนาดใหญ่ในป่าดิบ และป่าโกงกางทางภาคตะวันออกและภาคใต้       ลำต้น
แตกกออาจมากได้ถึง 100 ลำ และขนาดของช่อดอกที่อาจยาวได้ถึง 2 เมตร ดอกมีสีเหลือง  บนกลีบมีลายแถบหรือประสีน้ำตาลอมส้ม


สิงโตไข่ปลา

          กล้วยไม้เล็กที่สุด  สิงโตไข่ปลา (Bulbophyllum  subtenellum)    หนึ่งในกลุ่มกล้วยไม้ในสกุลสิงโต (Bulbophyllum) ที่มีขนาดเล็กที่สุด
พืชชนิดนี้เป็นกล้วยไม้อิงอาศัยตามคาคบไม้ในป่าดิบแล้ง  พบทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกของประเทศ    ขนาดของลำลูกกล้วย
มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 – 5 มิลลิเมตร ดอกออกเดี่ยวสีส้ม มีขนาดเล็ก เกิดจากโคนลำลูกกล้วย


ไช่น้ำ

          เล็กที่สุด  ไข่น้ำ (Wolffia  globosa)  หรือทางภาคเหนือและทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียกว่า ผำ หรือไข่แหน     เป็นพืชลอยอยู่เหนือ
ผิวน้ำ รูปร่างเป็นเม็ดกลมเล็กๆ  เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.1- 0.2  มิลลิเมตร  มีสีเขียวลอยอยู่บริเวณผิวน้ำ  ดอกมีขนาดเล็กที่สุด   ไม่มีทั้งกลีบดอกและ
กลีบเลี้ยง ดอกเพศผู้มีเกสรเพศผู้ 1 อัน ประกอบด้วยอับละอองเรณู 2 อัน ดอกเพศเมียมีรังไข่ 1 ช่อง  ก้านเกสรเพศเมียสั้น  ยอดเกสรเพศเมียแบน เมล็ดมีขนาดเล็ก กลมและเกลี้ยง ส่วนใหญ่มักขยายพันธุ์โดยการแตกหน่อ  ไข่น้ำนี้พบมากในฤดูฝน   เกิดในหนองบึงตามธรรมชาติที่มีน้ำใสและนิ่ง ส่วนใหญ่นำมาใช้ประโยชน์เป็นอาหารของสัตว์น้ำและประกอบอาหารของมนุษย์ได้ โดยไข่น้ำหนัก 100 กรัม ให้พลังงานถึง 8 กิโลแคลอรี


Hortus Indicus Malabaricus

          เก่าที่สุด  Hortus Indicus Malabaricus    เป็นหนังสือเก่าที่สุดอายุเกือบ 400 ปี     เก็บรักษาไว้ในห้องสมุด เอกสาร และจดหมายเหตุ
พิพิธภัณฑ์พืช ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์พืชสิรินธร ถูกตีพิมพ์ในประเทศเนเธอร์แลนด์เมื่อปี พ.ศ. 2221 (ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช)
บรรณาธิการของหนังสือคือ Hendrik Adriaan von Rheede tot Draakestein      ภายในเล่มประกอบด้วยคำอธิบายพรรณไม้กลุ่มสมุนไพรที่พบใน
อินเดีย มีภาพวาดลายเส้นและชื่อเรียกในภาษาพื้นเมืองอินเดียประกอบ

           ทั้งหมดนี้   เป็นเพียงรายละเอียดส่วนหนึ่งในพิพิธภัณฑ์พืชกรุงเทพ  ที่ผู้เขียนได้เก็บมาเล่าให้ผู้อ่านได้ทราบ ยังมีความรู้อีกมากมายที่ผู้อ่าน
สามารถเข้าไปสัมผัสได้ด้วยตนเองในพิพิธภัณฑ์พืชกรุงเทพ พิพิธภัณฑ์พืชแห่งการเรียนรู้แห่งนี้มีนักวิชาการที่จะคอยให้ความรู้ คำแนะนำ ตลอดจน
ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ขอใช้บริการวิชาการ     ผู้อ่านที่สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 0 2940 5628 ต่อ 101 หรือ 102 ได้ในวัน
เวลาราชการ

(ขอคุณ ดร.ปราโมทย์ ไตรบุญ นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กองคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร: ข้อมูล)

 

 

กรมวิชาการเกษตร ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ : 0-2561-2825, 0-2940-6864
โทรสาร : 0-2579-4406