สหภาพยุโรปแก้ไขกฎระเบียบว่าด้วยการกำหนดวิธีการสุ่มตรวจและวิธีการตรวจวิเคราะห์สาร Dioxin, Dioxin-like PCBs และ Non-Dioxin-like PCBs ที่ตกค้างในสินค้าอาหาร

สำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร ได้รับแจ้ง จากสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป ดังนี้

กฎระเบียบใหม่นี้จะมีผลตามกฎหมาย 20 วันภายหลังจากที่มีการประกาศกฎระเบียบดังกล่าว EU Official Journal  (ประกาศ ณ วันที่ 23 มีนาคม  2555) และจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 12 เมษายน 2012 เป็นต้นไป

สหภาพยุโรปได้ออกประกาศกฎระเบียบ Commission Regulation (EU) No 252/2012 of 21 March 2012 laying down the methods of sampling and analysis for the official control of levels of dioxins, dioxin-like PCBs and Non-Dioxin-like PCBs in certain foodstuffs and repealing Regulation  (EC) No 1883/2006 ใน EU Official Journal L 83 Volume 1

เนื่องจาก Dioxins, Dioxin-like PCBs และ Non-Dioxin-like PCBs สามารถก่อให้เกิดมะเร็งเมื่อมีการสะสมในร่างกาย สหภาพยุโรปจึงได้มีการแก้ไขกฎระเบียบใหม่ โดยกำหนดให้มีการปรับเปลี่ยนแก้ไขวิธีการสุ่มตรวจ (sampling) และกำหนดวิธีการเตรียมตัวอย่างและวิธีตรวจวิเคราะห์ (sample preparation and methods of analysis) ของสารดังกล่าวในสินค้าอาหารที่ระบุไว้ในภาคผนวก (Annex) ของกฎระเบียบใหม่นี้ สำหรับรายละเอียดของกฎระเบียบดังกล่าวสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซด์ http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2012:084:0001:0022:EN:PDF

กฎระเบียบใหม่นี้ เป็นการแก้ไขจากกฎระเบียบเดิม Regulation  (EC) No 1883/2006 เพื่อเป็นการปฏิบัติให้ถูกต้องและสอดคล้องกับกฎระเบียบเดิม Regulation  (EC) No 882/2004 of the European Parliament and of the Council of 29 April 2004 on official controls performed to ensure the verification of compliance with feed and food law, animal health and animal welfare rules ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรปได้มีการตีพิมพ์ประกาศ เพื่อขอคำแนะนำว่าด้วยการลดค่าปนเปื้อนของสาร dioxins, furans และ Polychlorinated biphenyls (PCBs) ในอาหารสัตว์และอาหารมนุษย์ ตาม Commission Recommendation 2011/516/EU of 23 August 2011 on the reduction of the presence of dioxins, furans and  PCBs in feed and food

กลุ่มพัฒนาระบบความปลอดภัยสินค้าพืช

๑ พฤษภาคม ๒๕๕๕