กรมวิชาการเกษตรได้รับแจ้งจากสำนักที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงแคนเบอร์รา เรื่อง ออสเตรเลียเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบใหม่สำหรับการปิดฉลากแจ้งแหล่งกำเนิดสินค้า เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๙ ว่ากระทรวงอุตสาหกรรม นวัตกรรม และวิทยาศาสตร์ (Department of Industry Innovation and Science) ได้เผยแพร่ข้อมูลกฎระเบียบใหม่สำหรับการปิดฉลากแจ้งแหล่งกำเนิดอาหาร (Country of Origin Food Reform) โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบภาครัฐของออสเตรเลียได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบใหม่ สำหรับการให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศผู้ผลิตสินค้าในฉลากสินค้าอาหาร เป็นการให้ข้อมูลที่ชัดเจนยิ่งขึ้นแก่ผู้บริโภค เกี่ยวกับแหล่งกำเนิดสินค้าเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อสินค้า เดิมข้อกำหนดเกี่ยวกับฉลากจะกำหนดขึ้นภายใต้มาตรฐานอาหาร (Food Standard Code) แต่มีการปรับเปลี่ยนครั้งใหม่นี้ กฏระเบียบการปิดฉลากจะอยู่ภายใต้กฎหมายผู้บริโภคออสเตรเลีย (Australian Consumer Law) และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ได้แก่ ฉลากสำหรับอาหารที่ส่วนใหญ่ที่ปลูก (Grown) ผลิต (Produced) หรือทำ (Made) ในออสเตรเลียจะต้องมีสัญลักษณ์รูปจิงโจ้ในกรอบสามเหลี่ยม พร้อมกราฟแท่งและข้อความแสดงสัดส่วนองค์ประกอบจากออสเตรเลีย ข้อกำหนดใหม่นี้จะบังคับใช้เฉพาะอาหารที่มีการกำหนดให้ระบุประเทศผู้ผลิตภายใต้มาตรฐานอาหาร ซึ่งหมายถึงอาหารที่จำหน่ายปลีกในออสเตรเลีย โดยไม่ครอบคลุมที่จำหน่ายใน ภัตตาคาร ร้านกาแฟ ร้านอาหารสำหรับซื้อกลับบ้าน หรือโรงเรียน ทั้งนี้หากเป็นอาหารที่ได้รับการจัดลำดับให้มีความสำคัญ (Priority foods) จะต้องเพิ่มรูปภาพและข้อมูลตามที่กำหนด (เช่น โลโก้ กราฟแท่ง และข้อความภายในกรอบสี่เหลี่ยม) ส่วนสินค้าอาหารที่ไม่ใช่สินค้าสำคัญ (Non-priority foods) สามารถระบุข้อมูลเพิ่มเติมใหม่นี้ได้ตามความสมัครใจ สินค้าที่อยู่ในกลุ่ม (Priority foods) หรือสินค้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่นี้จะหมายถึง สินค้าที่อยู่นอกเหนือกลุ่ม Non-priority foods ทั้งหมด สินค้าที่จัดอยู่ในกลุ่ม Non-priority foods ได้แก่ เครื่องปรุง ขนมหวาน บิสกิต ขนมขบเคี้ยว น้ำดิ่มบรรจุขวด น้ำอัดลม เครื่องดื่มสำหรับนักกีฬา ชา กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
กฎระเบียบนี้จะมีผลกระทบต่ออาหารที่นำเข้ามายังออสเตรเลียน้อยมาก โดยสินค้านำเข้ายังต้องปิดฉลากประเทศแหล่งกำเนิดสินค้า เช่น Product of Thailand, Made in Canada เป็นต้น และจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดใหม่สำหรับข้อความ “Made in” และ “Packed in” โดยจะต้องแสดงประเทศแหล่งกำเนิดสินค้าภายในกรอบสี่เหลี่ยม หากสินค้ามีส่วนผสมของออสเตรเลียในอาหารนำเข้า อาจใช้ฉลากมาตรฐาน ซึ่งมีการแสดงกราฟแท่งและข้อความสัดส่วนของส่วนผสมที่มาจากออสเตรเลีย
ประเทศไทยเป็นคู่ค้าลำดับที่ ๘ ของออสเตรเลีย มีปริมาณการส่งออกและนำเข้ารวมประมาณ ๕๔๐,๐๐๐ บาท โดยส่วนหนึ่งเป็นสินค้าอาหารและเกษตรที่ส่งออกไปยังออสเตรเลีย จึงจำเป็นต้องทราบข้อกฎระเบียบใหม่สำหรับการปิดฉลากแจ้งแหล่งกำเนิดสินค้าด้วย กรมวิชาการเกษตรจึงขอแจ้งให้ผู้ประกอบการของไทยที่มีการส่งออกสินค้ามายังออสเตรเลียหรือสินค้าที่มีส่วนผสมที่มีการนำเข้าออสเตรเลียต้องแสดงฉลาก เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคออสเตรเลีย
กฎระเบียบใหม่นี้เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙ และมีระยะผ่อนผันให้กับผู้ประกอบการเป็นเวลา ๒ ปี ในการปรับเปลี่ยนฉลากให้เป็นไปตามข้อกำหนดหรือภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๑

รายละเอียดเพิ่มเติม

สามารถดูข้อมูลกฎระเบียบในเวปไซต์หน่วยงาน

http://www.industry.gov.au/Industry/industrysectors/foodmanufacturingindustry/pages/country-of-origin-labelling.aspx

กลุ่มพัฒนาระบบความปลอดภัยสินค้าพืช

วันที่ 25 สิงหาคม 2559