คลังผลงานวิจัย กรมวิชาการเกษตร

เวอร์ชั่นเต็ม: การควบคุมโรคเน่าดำในกล้วยไม้ ที่มีสาเหตุจากเชื้อ Phytophthora palmivora (Butl.)
You're currently viewing a stripped down version of our content. View the full version with proper formatting.
การควบคุมโรคเน่าดำในกล้วยไม้ ที่มีสาเหตุจากเชื้อ Phytophthora palmivora (Butl.) โดยใช้สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากเห็ดเรืองแสง Neonothopanus nambi (Speg.)สุรีย์พร บัวอาจ, บุษราคัม อุดมศักดิ์, ไตรเดช ข่ายทอง และรุ่งนภา คงสุวรรณ์
สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช

          โรคเน่าดำ ที่มีสาเหตุจากเชื้อรา Phytophthora palmivora (Butl.) เป็นโรคที่มีความสำคัญทำความเสียหายให้กับกล้วยไม้หลายสกุล การวิจัยในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากเห็ดเรืองแสงสิรินรัศมี Neonothopanus nambi ในการควบคุมโรคเน่าดำของกล้วยไม้ ซึ่งดำเนินการทดลองระหว่างเดือนตุลาคม 2558 – กันยายน 2560 ณ ห้องปฏิบัติการและโรงเรือนทดสอบกลุ่มวิจัยโรคพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช จากการทดสอบสารออกฤทธิ์จากเห็ดเรืองแสงในการยับยั้งการเจริญของเส้นใยเชื้อรา P. palmivora บนอาหาร PDA พบว่า สารออกฤทธิ์จากเห็ดเรืองแสงทั้งในรูปแบบของสารสกัด (aurisin A) และน้ำคั้นจากเชื้อเห็ด (culture filtrate) ทุกความเข้มข้นสามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อรา P. palmivora ได้ดี ไม่แตกต่างกับกรรมวิธีที่ใช้สารเคมี ส่วนกรรมวิธีเปรียบเทียบที่ใช้น้ำกลั่นนึ่งฆ่าเชื้อ พบเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นใยเชื้อรา ที่ 3, 5 และ 7 วัน เส้นใยแผ่และเจริญ 4.15, 7.3 และ 9.0 เซนติเมตร ตามลำดับ เช่นเดียวกับการทดสอบการยับยั้งการสร้าง sporangium ของเชื้อรา P. palmivora พบว่า ทุกความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์จากเห็ดเรืองแสง สามารถยับยั้งการสร้าง sporangium และเส้นใยได้ดี โดยเฉพาะสาร aurisin A ที่ระดับความเข้มข้น 100 และ 500 mg/l และ culture filtrate ที่ระดับความเข้มข้น 75 และ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการยับยั้งการเกิดแผลบนใบกล้วยไม้สกุลแวนดา ด้วยวิธี detached leaf technique หลังการปลูกเชื้อ ที่ 3 วัน พบว่า culture filtrate ที่ความเข้มข้น 100 เปอร์เซ็นต์ ให้ผลดีสุด (0.23 เซนติเมตร) โดยไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (P<0.01) กับกรรมวิธีที่ใช้สารเคมี (0.01 เซนติเมตร) แต่แตกต่างกันทางสถิติกับกรรมวิธีเปรียบเทียบ (2.45 เซนติเมตร) และผลการทดสอบรูปแบบการใช้สารออกฤทธิ์จากเห็ดเรืองแสงในสภาพโรงเรือน พบว่าขนาดแผลที่เกิดขึ้นในแต่ละกรรมวิธีมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติกับกรรมวิธีเปรียบเทียบ และผลการทดสอบระยะการพ่นสารออกฤทธิ์จากเห็ดเรืองแสงในสภาพโรงเรือน พบว่าระยะเวลาพ่นสารออกฤทธิ์จากเห็ดเรืองแสง ทุก 3 วัน ให้ผลดีกว่าการพ่นสารทุก 5 วัน