ความสัมพันธ์ระหว่างชนิดไวรัส Pineapple mealybug wilt-associated virus กับเพลี้ยแป้ง
#1
ความสัมพันธ์ระหว่างชนิดของไวรัส Pineapple mealybug wilt-associated virus กับชนิดของเพลี้ยแป้งในการก่อให้เเกิดโรคเหี่ยวในสับปะรด
วันเพ็ญ ศรีทองชัย, ปริเชษฐ์   ตั้งกาญจนภาสน์ และกาญจนา วาระวิชะนี
กลุ่มวิจัยโรคพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช

          สำรวจและเก็บเพลี้ยแป้งสีชมพูจากแปลงที่ จ.เพชรบุรี มาเลี้ยงให้ปลอดไวรัสในกรงกันแมลงจากนั้นนำหน่อสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียที่ผ่านการตรวจสอบว่าปลอดไวรัส PMWaV-1 และ PMWaV-2 โดยเทคนิค RT-PCR มาเลี้ยงเพิ่มปริมาณในอาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อสูตรชักนำให้เกิดการแตกกอ (สูตรอาหาร MS + BA 1 ppm) และย้ายอาหารทุก 1-2 เดือน จากนั้นจึงย้ายเป็นต้นเดี่ยวลงเลี้ยงบนอาหารสูตรชักนำให้เกิดราก (MS + IBA 0.5 ppm) และย้ายปลูกลงดินจนมีอายุประมาณ 5 เดือน จึงนำมาถายทอดโรคโดยใช้เพลี้ยแป้ง 10 ตัว/ต้น มีระยะเวลาในการรับเชื้อและถ่ายทอดเชื้อ 3 และ 5 วัน ตามลำดับ เก็บใบสับปะรดมาตรวจหาไวรัสทุก 30 วัน โดยเทคนิค RT-PCR ไพรเมอร์ที่ใช้ตรวจ PMWaV-1 ได้แก่ Pa222-F1 (5′-ACA GGA AGG ACA ACA CTC AC-3′) และ Pa223-R (5′-CGC ACA AAC TTC AAG CAA TC-3′) จะให้แถบ band ของดีเอ็นเอ ขนาด 589 คูเบส สำหรับไพรเมอร์ที่ใช้ตรวจ PMWaV-2 คือ Pa224-F2 (5′-CAT ACG AAC TAG ACT CAT ACG-3′) และ Pa225-R2 (5′-CCA TCC ACC AAT TTT ACT AC-3′) ให้แถบ band ของดีเอ็นเอ ขนาด 609 คูเบส พบว่า ต้นสับปะรดที่รับเชื้อไวรัส strain เดี่ยว (PMWaV-2) และ strain ผสม (PMWaV-1 + PMWaV-2) เริ่มตรวจพบ แถบ band ของดีเอ็นเอของ PMWaV-2 ขนาด 609 คู่เบส หลังการถ่ายทอดโรคแล้ว 8-10 สัปดาห แต่ต้นสับปะรดเริ่มแสดงอาการใบอ่อนนิ่ม สีเหลืองซีด และลู่ลง หลังจากถ่ายทอดเชื้อแล้ว 4 เดือน สำหรับ PMWaV-1 เริ่มตรวจพบแถบ band ของดีเอ็นเอ หลังการถ่ายทอดโรคแล้ว 4 เดือน และแสดงอาการเหี่ยวไม่รุนแรงเท่ากับต้นที่มีไวรัส PMWaV-1 + PMWaV-2


ไฟล์แนบ
.pdf   1998_2554.pdf (ขนาด: 179.22 KB / ดาวน์โหลด: 237)
ตอบกลับ


ข้อความในเรื่องนี้
ความสัมพันธ์ระหว่างชนิดไวรัส Pineapple mealybug wilt-associated virus กับเพลี้ยแป้ง - โดย doa - 10-13-2015, 03:33 PM

ไปยังหัวข้อ:


ผู้ที่กำลังดูเรื่องนี้: 1 ผู้เยี่ยมชม