เกษตรฯ เคลียร์สต๊อก 3 สาร ยันยังไร้ชื่อบริษัทรับทำลาย

กรมวิชาการเกษตร เช็คสต๊อก 3 สารยอดล่าสุดจำนวนกว่า 3 หมื่นตัน คาดปริมาณส่งมอบลดลงก่อนประกาศมีผลบังคับใช้ ชี้ทำลายสารเคมีต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักวิชาการปลอดภัยต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ร่อนหนังสือถึง 2 หน่วยงานขอหลักเกณฑ์วิธีการทำลายประกอบการพิจารณา ย้ำยังไม่เคยเสนอชื่อบริษัทรับทำลาย

นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้มีมติเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 ให้ยกเลิกการใช้วัตถุอันตรายจำนวน 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส โดยมีผลบังคับใช้วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย และครอบครอง กรมวิชาการเกษตรได้ทำการสำรวจปริมาณวัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิดจากร้านค้า ผู้จัดจำหน่าย ผู้ผลิต/ผู้นำเข้า ทั่วประเทศพบว่าปัจจุบัน (วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562) มีจำนวนคงเหลือประมาณ 38,855 ตัน ซึ่งคาดว่าภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 จะมีวัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิดที่ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายส่งมอบให้กรมวิชาการเกษตรนำไปทำลายตามหลักวิชาการที่ถูกต้องในจำนวนที่ลดลงกว่านี้ เนื่องจากในช่วงระหว่างนี้ร้านค้ายังสามารถจำหน่ายสารทั้ง 3 ชนิดให้แก่เกษตรกรที่ผ่านการอบรมตามมาตรการจำกัดการใช้ได้จนกว่าจะถึงวันที่ประกาศมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ธันวาคม 2562

ทั้งนี้ในที่ประชุมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการกล่าวถึงประเด็นการใช้งบประมาณในการทำลายสารเคมีทั้ง 3 ชนิดดังกล่าว ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงประสบการณ์จากการทำลายวัตถุอันตรายที่นำเข้ามาโดยผิดกฎหมาย โดยในปี 2561 ได้ว่าจ้างให้บริษัทอัคคีปราการเผาทำลายวัตถุอันตรายในราคา 1 แสนบาท/ตัน ซึ่งการทำลายวัตถุอันตรายจะต้องทำอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ มีความปลอดภัยต่อมนุษย์ สัตว์ และไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม กรมวิชาการเกษตรจึงได้ทำหนังสือสอบถามไปยังกรมควบคุมมลพิษและกรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลการทำลายสารเคมี เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการทำลายเพื่อนำมาประกอบการพิจารณา โดยปัจจุบันยังไม่ได้รับหนังสือตอบรับกลับมาจากทั้ง 2 หน่วยงาน ดังนั้นจึงขอยืนยันว่าปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรยังไม่ได้มีการเสนอรายชื่อบริษัทใดที่จะกำจัดสารเคมีทั้ง 3 ชนิดทั้งสิ้น