ข้อมูลพันธุ์พืชรับรอง พันธุ์พืชแนะนำ และสิ่งประดิษฐฺ์


ชื่อพืช ข้าวฟ่าง
พันธุ์ สุพรรณบุรี 1
วันที่รับรอง 09 มกราคม 2536
ประเภทการรับรอง
ปี พ.ศ.2525 สถานีทดลองพืชไร่ ได้ทำการผสมพันธุ์ข้าวฟ่างระหว่างพันธุ์แม่ M 91019 ที่มีต้นสูงน้ำตาลในลำต้นหวาน เมล็ดสีเหลือง กับพันธุ์พ่อเวสต์แอฟริกันอายุสั้นต้นเตี้ย เมล็ดสีแดงทำการคัดเลือกพันธุ์แบบช่อต่อแถวปีพ.ศ.2527-2533 นำพันธุ์ที่ศึกษาคัดเลือกได้ไปเปรียบเทียบกับพันธุ์อื่น ๆ ในสถานีและในไร่เกษตรกรพบว่าเป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตเมล็ดสูงกว่าพันธุ์สุพรรณบุรี 60 ประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์
ใบสีเขียว ลำต้นสีน้ำตาล ต้นตรงสูงประมาณ 200 เซนติเมตร ลักษณะช่อยาวรี ค่อนข่างโปร่ง เมล็ดสีแดงน้ำหนัก 100 เมล็ด เท่ากับ 3.2 กรัม เปลือกหุ้มเมล็ดสีแดง อายุถึงวันเก็บเกี่ยวเมล็ด 90 วัน มีโปรตีน 9.0 เปอร์เซ็นต์ ไขมัน 2.3 เปอร์เซ็นต์ คาร์โบไฮเดรท 71.7 เปอร์เซ็นต์ แป้ง 70.9 เปอร์เซ็นต์ แทนนิน 0.2 เปอร์เซ็นต์
ข้าวฟ่างสายพันธุ์แท้เมล็ดสีแดงให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์สุพรรณบุรี 60 ประมาณ 4 เปอร์เซ็นต์ ลำต้นและใบใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ดีเพราะมีกรดไฮโดรไซยาริคต่ำประมาณ 7.28 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัมน้ำหนักสด(ปริมาณที่เป็นพิษต่อสัตว์เท่ากับ 25 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัมน้ำหนักสด)ปริมาณโปรตีนเฉลี่ยเท่ากับ 5.8 เปอร์เซ็นต์ผลผลิตเมล็ดในสถานีทดลองและในไร่เกษตรกรเท่ากับ 551 และ 412 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ
การปลูกข้าวฟ่างเพื่อใช้ลำต้นเป็นอาหารสัตว์อย่างเดียวควรปลูกต้นฤดูฝนตัดข้าวฟ่าง 2 ครั้ง เมื่ออายุ 60 วันหลังงอก และ 60 วันหลังการตัดครั้งแรก จะได้ลำต้นข้าวฟ่างที่สัตว์สามารถย่อยได้มาก และมีโปรตีนค่อนข้างสูง สำหรับการปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตเมล็ด และต้นสด ควรปลูกข้าวฟ่างในเดือนมิถุนายน ตัดลำต้นข้าวฟ่างช่วงเมล็ดเป็นน้ำนมใช้เลี้ยงสัตว์และเก็บเกี่ยวผลผลิตในข้าวฟ่างตอ
การปลูกในฤดูแล้งลำต้นจะเตี้ยคือสูงประมาณ 1.5 เมตร ออกดอกเร็วขึ้น ผลผลิตลดลง