การศึกษาวิธีการเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องเกี่ยวนวดที่มีผลต่อผลผลิตและคุณภาพเมล็ดพันธุ์ถั่ว
#1
การศึกษาวิธีการเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องเกี่ยวนวดที่มีผลต่อผลผลิตและคุณภาพเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียว
นิภาภรณ์ พรรณรา, นรีลักษณ์ วรรณสาย, กัณทิมา ทองศรี และสนอง บัวเกตุ
ศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชพิษณุโลก

          การผลิตถั่วเขียวโดยทั่วไปเกษตรกรมักประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานช่วงเก็บเกี่ยว และมีราคาแพงทำให้ค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยวค่อนข้างสูง ทำให้เกษตรกรนิยมใช้เครื่องเกี่ยวเกี่ยวนวดซึ่งมีต้นทุนในการเก็บเกี่ยวต่ำกว่าการใช้แรงงานคน แต่มีอัตราการใช้สารเคมีพ่นให้ต้นแห้งสูง  การศึกษาวิธีการเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องเกี่ยวนวดที่มีผลต่อผลผลิตและคุณภาพเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียว จึงได้ดำเนินการที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชพิษณุโลก ปี 2556 - 2557 วางแผนการทดลองแบบ RCBD จำนวน 4 ซ้ำ ซึ่งประกอบด้วยวิธีการเก็บเกี่ยวถั่วเขียวจำนวน 5 กรรมวิธี ดังนี้ การปลิดฝักด้วยมือ การเกี่ยวต้น การใช้เครื่องเกี่ยวนวดเกี่ยวในระยะฝักสุกแก่ 80% การใช้เครื่องเกี่ยวนวดเกี่ยวในระยะฝักสุกแก่ 90% และ การพ่นสารเคมีให้ต้นแห้งก่อนเกี่ยวต้นด้วยเครื่องเกี่ยวนวด ผลการทดลอง พบว่า วิธีเก็บเกี่ยวโดยใช้เครื่องเกี่ยวนวดในระยะฝักสุกแก่ 90% มีการสูญเสียเมล็ดขณะเก็บเกี่ยวต่ำกว่าวิธีเก็บเกี่ยวโดยใช้เครื่องเกี่ยวนวดวิธีอื่นๆ โดยที่วิธีการพ่นสารเคมีให้ต้นแห้งก่อนเก็บเกี่ยวมีการสูญเสียเมล็ดขณะเก็บเกี่ยวสูงสุด ส่วนคุณภาพของเมล็ดพันธุ์วิธีเก็บเกี่ยวโดยใช้เครื่องเกี่ยวนวดในระยะฝักสุกแก่ 90% และการพ่นสารเคมีให้ต้นแห้งก่อนเก็บเกี่ยว มีความงอกเริ่มต้นสูง (85 – 90%) สามารถผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวชั้นพันธุ์ขยายได้ ซึ่งดัชนีการงอกของเมล็ดพันธุ์ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับความงอก

          ดังนั้น วิธีการเก็บเกี่ยวโดยใช้เครื่องเกี่ยวนวดก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้เกษตรเลือกใช้ ซึ่งในฤดูแล้ง สามารถใช้เครื่องเกี่ยวนวดเกี่ยวในระยะฝักสุกแก่ 90% ได้ ไม่มีความจำเป็นต้องใช้สารเคมีพ่นให้ต้นแห้งก่อนเก็บเกี่ยว ส่วนในฤดูฝนในกรณีที่มีใบถั่วเขียวจำนวนมากในช่วงเก็บเกี่ยว สามารถพ่นสารเคมี พาราควอทอัตรา 100 กรัม (a.i)/ไร่  ให้ต้นแห้งแล้วใช้เครื่องเกี่ยวนวดเกี่ยวถั่วเขียวได้


ไฟล์แนบ
.pdf   96_2557.pdf (ขนาด: 274.19 KB / ดาวน์โหลด: 609)
ตอบกลับ




ผู้ที่กำลังดูเรื่องนี้: 1 ผู้เยี่ยมชม