กองวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ กรมวิชาการเกษตร หารือแนวทางขับเคลื่อนเทคโนโลยี Genome Editing เพื่อพัฒนาพืชเศรษฐกิจไทย
เมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 กองวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ กรมวิชาการเกษตร ได้หารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับคุณพรศรี ตรีวิศวเวทย์ ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการ บริษัท Inari จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ใช้ AI-enabled predictive design และ multiplex gene editing เพื่อพัฒนาเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลือง ข้าวโพด และข้าวสาลี และ ดร.นตพร จันทร์วราสุทธิ์ นักยุทธศาสตร์ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ผู้มีประสบการณ์ด้านนโยบายและการขับเคลื่อนงานวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพ การหารือครั้งนี้มีนางปิยรัตน์ ธรรมกิจวัฒน์ ผู้อำนวยการกองวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ นางสาวภรณี สว่างศรี รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านจุลชีววิทยา นางสาวอรุโณทัย ซาววา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยพัฒนาการตรวจสอบพืชและจุลินทรีย์ดัดแปรพันธุกรรม นางภุมรินทร์ วณิชชนานันท์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร พร้อมด้วยทีมนักวิจัยด้านเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
การหารือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการนำเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่มาใช้ในการปรับปรุงพันธุ์พืช โดยเฉพาะเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม หรือ Genome Editing (GEd) เพื่อพัฒนาพืชให้มีลักษณะที่เหมาะสมต่อการผลิตในอนาคต เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการให้ผลผลิต การปรับตัวต่อสภาพแวดล้อม การลดผลกระทบจากโรคและความเครียดทางชีวภาพ ตลอดจนการเพิ่มศักยภาพของพืชเศรษฐกิจให้ตอบโจทย์ความมั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายในการหารือ คุณพรศรีได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มการใช้เทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมในต่างประเทศ โดยระบุว่า ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้กับพืชเศรษฐกิจสำคัญหลายชนิด อาทิ ถั่วเหลือง ข้าวโพด และพืชในอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ ทั้งนี้ ความยากง่ายในการปรับปรุงลักษณะเป้าหมายจะแตกต่างกันไปตามชนิดพืชและลักษณะที่ต้องการพัฒนา สำหรับพืชที่กรมวิชาการเกษตรอยู่ระหว่างดำเนินการ คุณพรศรีได้ให้ข้อคิดเห็นว่า ถั่วเหลืองเป็นพืชที่มีศักยภาพในการพัฒนาด้วยเทคโนโลยี GEd โดยเฉพาะลักษณะโปรตีน ซึ่งสามารถกำหนดเป้าหมายในระดับยีนเดี่ยวได้ ขณะที่ลักษณะอื่นอาจเกี่ยวข้องกับยีนหลายยีนและมีความซับซ้อนมากกว่า ส่วนข้าวโพดเป็นพืชที่มีความท้าทายสูงในการถ่ายยีนและการพัฒนาเป็นต้นสมบูรณ์ นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงแนวโน้มของต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับ multiplex gene editing หรือการปรับแต่งจีโนมหลายตำแหน่งพร้อมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาลักษณะที่ซับซ้อนในพืช
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวทางการขับเคลื่อนเทคโนโลยี GEd ในประเทศไทย ครอบคลุมทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา การกำกับดูแล ความปลอดภัยทางชีวภาพ การสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจแก่สาธารณชน และการพัฒนาความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิจัย ภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนให้การพัฒนาพืชด้วยเทคโนโลยี GEd เป็นไปอย่างรอบคอบ มีมาตรฐาน และเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกร ภาคการเกษตร และการพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีชีวภาพของประเทศ















