ธนาคารเชื้อพันธุ์พืชกรมวิชาการเกษตรรับฝากกลับเมล็ดพันธุ์ข้าวและเมล็ดพันธุ์ฟ้าทะลายโจรจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (สวทช.)
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ดร.ปิยรัตน์ ธรรมกิจวัฒน์ ผู้อำนวยการกองวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ พร้อมด้วย ผชช.กัญญาภรณ์ พิพิธแสงจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอนุรักษ์พันธุกรรม นางสาวปาริฉัตร สังข์สะอาด รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยพัฒนาธนาคารเชื้อพันธุ์พืชและจุลินทรีย์ และเจ้าหน้าที่ของธนาคารเชื้อพันธุ์พืชกรมวิชาการเกษตร ให้การต้อนรับและรับฝากกลับเมล็ดพันธุ์ข้าวและเมล็ดพันธุ์ฟ้าทะลายโจรจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (สวทช.) คืนสู่ธนาคารเชื้อพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร เพื่อเก็บรักษาและต่อยอดการใช้ประโยชน์เชื้อพันธุกรรมพืชในอนาคต
ทั้งนี้ ในปี พ.ศ. 2556 ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ได้ขอความอนุเคราะห์เมล็ดพันธุ์ข้าว จำนวน 216 สายพันธุ์ จากกรมวิชาการเกษตร เพื่อใช้ในการศึกษาวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีชีวภาพข้าว โดย ดร.อมรทิพย์ เมืองพรหม นักวิจัย ซึ่งมุ่งเน้นการศึกษาความหลากหลายของสายพันธุ์ข้าวและการปรับปรุงพันธุ์ให้สามารถทนต่อสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ต่อมากรมวิชาการเกษตร โดยสำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ(ปัจจุบันคือกองวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ) ได้พิจารณาให้ความอนุเคราะห์เมล็ดพันธุ์ดังกล่าว จำนวน ๑๒๑ ตัวอย่างพันธุ์ เพื่อใช้ในการดำเนินงานวิจัย
ภายหลังการดำเนินงานวิจัยแล้วเสร็จ สวทช. ได้แจ้งความประสงค์ส่งคืนเมล็ดพันธุ์ข้าวให้แก่กองวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ กรมวิชาการเกษตร ตามระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืช ว่าด้วยการศึกษา ทดลอง หรือวิจัยพืชพื้นเมืองทั่วไปและพันธุ์พืชป่า ที่มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ประโยชน์ในทางการค้า พ.ศ. 2543 นอกจากนี้ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ได้ส่งคืนเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้รับจากกรมวิชาการเกษตร พร้อมทั้งเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่และเก็บรวบรวมเพิ่มเติมจากแหล่งต่างๆ รวมจำนวน 154 สายพันธุ์ อีกทั้งยังส่งมอบเมล็ดพันธุ์ฟ้าทะลายโจรที่ได้จากการชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์ (ประชากรรุ่น M.) จำนวน 152 สายพันธุ์ และเมล็ดพันธุ์ฟ้าทะลายโจรพันธุ์พื้นเมืองที่เก็บรวบรวมจากแหล่งต่างๆ จำนวน 17 สายพันธุ์ เพื่อให้กรมวิชาการเกษตรดำเนินการเก็บรักษา อนุรักษ์ และต่อยอดการใช้ประโยชน์เชื้อพันธุกรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะต่อไป ถือได้ว่าการนำฝากกลับคืนเมล็ดพันธุ์ครั้งนี้เป็นการใช้ประโยชน์จากเชื้อพันธุกรรมพืชและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่สำคัญอีกก้าวหนึ่ง








