กองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ข่าวผู้บริหาร

กรมวิชาการเกษตรร่วมประชุมเพื่อเตรียมการรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ณ กองบัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (รร. จปร.) จังหวัดนครนายก

เมื่อวันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 10.00 น. นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานในการประชุมเตรียมการรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีปลูกข้าว ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมกองบัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (รร. จปร.) จังหวัดนครนายก โดยมีกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อทอดพระเนตรการปลูกข้าว ในวันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เวลา 13.30 น. ณ แปลงสาธิตการเกษตรโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก โอกาสนี้ นางวิลาวัณย์ ใคร่ครวญ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร มอบหมายให้กองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมด้วยนางเพ็ญลักษณ์ ชูดี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรปทุมธานี เป็นผู้แทนกรมเข้าร่วมประชุม พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา สำนักงาน กปร. หัวหน้าส่วนราชการ และตัวแทนจากส่วนราชการต่าง ๆ โดยมีนายนายธนวัฒน์ ปิ่นแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธาน

ในการนี้ กรมวิชาการเกษตร โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรปทุมธานี จะร่วมจัดนิทรรศการเรื่อง ข้าวฟ่างหวานพันธุ์ กวก. สุพรรณบุรี 1 ซึ่งเป็นข้าวฟ่างหวานสายพันธุ์ CB5 เกิดจาการผสมพันธุ์ระหว่างพันธุ์แม่ Cowley ซึ่งให้ผลผลิตนำหนักสดดี (พันธุ์จากประเทศสหรัฐอเมริกา) และพันธุ์พ่อ BJ281 ซึ่งมีอายุเก็บเกี่ยวสั้น (พันธุ์จากประเทศจีน) ที่ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรีในปี 2554 แล้วนำมาคัดเลือกลูกผสมชั่วที่ 1-4 ที่ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี ในปี 2555-2557 มีลักษณะประจำพันธุ์ คือ
1. ลำต้นสีเหลือง เส้นกลางในมีสีเหลืองน้ำตาล มีใขบนใบปานกลาง ผิวใบไม่เงา
2. ช่อดอกพ้นกาบ ช่อดอกบานมีเมล็ดในแต่ละเขนงกิ่งมาก แขนงกิ่งตั้งตรง
3. เปลือกหุ้มเมล็ดสีขาว สีเมล็ดสีเหลือง ผิวเมล็ดไม่เป็นมัน ไม่มีรอยย่น

ลักษณะเด่น
1. น้ำหนักต้นสดเฉลี่ย 9.0 ตันต่อไร่ มากกว่า Cowley (8.12 ตันต่อไร่) ร้อยละ 12
2. ปริมาณน้ำคั้นเฉลี่ย 2,729 ลิตรต่อไร่ มากกว่า Cowley (2,383 ลิตรต่อไร่) ร้อยละ 15

พื้นที่แนะนำ
สามารถปลูกได้ในสภาพการผลิตพืชไร่ เหมาะสำหรับปลูกในจังหวัดสุพรรณบุรี นครสวรรค์ ลพบุรี เพชรบูรณ์พัทลุง และ อุบลราชธานี และพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมใกล้เคียง และควรให้น้ำเสริมในช่วงแล้ง (พฤศจิกายน – เมษายน)

ข้อควรระวังหรือข้อจำกัด
หมั่นตรวจแปลงข้าวฟ่างหวานช่วงอายุ 1 สัปดาห์หลังปลูก ทุกสัปดาห์ หากพบหนอกกระทู้ลายจุด (fallarmyworm) พ่นด้วยสารกำจัดศัตรูพืชตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร

ทั้งนี้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรปทุมธานี ทูลเกล้าฯ ถวาย ผลผลิตพืชผักบนคันนา ร่วมด้วย