วันที่ 29 เมษายน 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้มอบหมาย นางสาวธีราภรณ์ วงศ์โชคประสิทธิ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ สมัยพิเศษ ว่าด้วยสถานการณ์ล่าสุดในตะวันออกกลาง ผ่านระบบการประชุมทางไกล ณ ห้องประชุม 134 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

การประชุมดังกล่าวมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย โดยที่ประชุมได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ความมั่นคงอาหารในปัจจุบัน สถานการณ์และความพร้อมในระดับประเทศ มาตรการรองรับที่มีอยู่เพื่อจัดการความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของอุปทานอาหารและปุ๋ย ตลอดจนมาตรการเชิงนโยบายและแนวทางเชิงยุทธศาสตร์ล่าสุดเพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านอาหาร รวมทั้งได้รับรองแถลงการณ์ร่วมของรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ว่าด้วยการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานด้านการเกษตรท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก

วันที่ 27 เมษายน 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร มอบนโยบายแนวทางการทำงานวิจัยภายใต้แผนปฏิบัติการด้านงานวิจัยและนวัตกรรมกรมวิชาการเกษตร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2571 – 2575 ในการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาการกรมวิชาการเกษตร ครั้งที่ 4/2569 ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 อาคารศูนย์ปฏิบัติการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมวิชาการเกษตร โดยมี นางสาวปรียานุช ทิพยะวัฒน์ รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร นางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร นางสาวเชาวนาถ พฤทธิเทพ ผู้เชี่ยวชาญด้านพืชไร่ตระกูลถั่ว ทำหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักผู้เชี่ยวชาญ ประธานคณะกรรมการฯ คณะผู้เชี่ยวชาญด้านพืชไร่ พืชสวน สาขาวิชา และการจัดการผลิตพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยได้รับเกียรติจากที่ปรึกษากรมวิชาการเกษตรด้านนโยบายพัฒนางานวิจัยและด้านการอารักขาพืชร่วมรับฟังการมอบนโยบายดังกล่าว

          อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า กรมวิชาการเกษตรต้องเร่งปรับตัวบูรณาการวิจัยเชิงรุก ตอบนโยบายรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผลักดันให้สินค้าเกษตรด้านพืชของไทยปลอดภัยและมีมูลค่าสูง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ รับมือสถานการณ์โลกเร่งด่วน และรองรับความท้าทายใหม่ โดยการจัดการ/ขยายผล/ต่อยอดองค์ความรู้นวัตกรรมวิจัยของกรมฯ หรือสร้างนวัตกรรมวิจัยใหม่ มุ่นเน้น เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ (Precision Farming) เช่น การแก้ไขปัญหาปุ๋ยแพงผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ด้วยนวัตกรรมปุ๋ยและเครื่องจักรกลแม่นยำ นวัตกรรมชีวภัณฑ์ นวัตกรรม Biochar ตามมาตรฐาน เป็นต้น การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ด้วยนวัตกรรมหัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ประสิทธิภาพสูง นวัตกรรมงานปรับปรุงพันธุ์พืชเศรษฐกิจสำคัญด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง Genome Editing และการนำเทคโนโลยี AI มาขับเคลื่อนและสนับสนุนงานวิจัยในยุคดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในภารกิจหลัก อาทิ ระบบสนับสนุนการตรวจสอบรับรองตามมาตรฐานสากลว่าด้วยมาตรการสุขอนามัยพืช (IPPC) ซึ่งกรมฯ เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล รวมถึง ระบบสนับสนุนงานด้านวิศวกรรมการเกษตร ที่ช่วยยกระดับการจัดการภาคสนามและงานโครงสร้างให้มีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งภารกิจเร่งด่วนสำคัญ คือ เร่งสร้างบุคลากรศักยภาพสูงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนและเชื่อมโยงงานวิจัยสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายหลัก คือ “ เร่งบูรณาการวิจัยด่วนเชิงรุก ชูเทคโนโลยีขั้นสูง ผลักดันสินค้าพืชปลอดภัยมูลค่าสูง รับมือสถานการณ์โลกเร่งด่วน รองรับความท้าทายใหม่”

และในการประชุมดังกล่าว ที่ประชุมยังได้รับทราบสรุปภาพรวมรายงานผลการดำเนินงานวิจัยและพิจารณารายละเอียดรูปแบบการประชุมพิจารณางานวิจัยตามระบบวิจัยและพัฒนากรมวิชาการเกษตร ปี 2569 ครอบคลุม 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่

1) การติดตามและประเมินผลการดำเนินงานวิจัย ประจำปี 2569

2) การพิจารณาแผนปฏิบัติงานโครงการด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2570 และ

3) การพิจารณาข้อเสนองานวิจัยเพื่อเตรียมจัดทำคำของบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ส่งกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ประจำปี 2571

อีกทั้งที่ประชุมยังได้ร่วมกันระดมสมองและบูรณาการความคิดเพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมเชิงรุกของกรมวิชาการเกษตรและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เกิดสัมฤทธิ์ผลสู่เป้าหมาย 5 ปี “เพิ่มผลิตภาพการผลิตพืชให้ มีมูลค่าสูงมีคุณภาพได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระดับสากล ตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย และถูกนำไปใช้ประโยชน์ มุ่งสู่องค์กรชั้นนำด้านงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร”

วันที่ 22 เมษายน 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณ โดยมีนางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร กรมวิชาการเกษตร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม 123 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โดยการประชุมนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดทำงบประมาณให้สอดคล้องกับภารกิจและนโยบายของหน่วยงาน โดยได้ร่วมกันพิจารณากรอบแนวทางการจัดสรรงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาล

วันที่ 20 เมษายน 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้มอบหมาย นางสาวเชาวนาถ พฤทธิเทพ ผู้เชี่ยวชาญด้านพืชไร่ตระกูลถั่ว ผู้อำนวยการกองวิจัยพัฒนาพืชเศรษฐกิจใหม่และการจัดการก๊าซเรือนกระจกสำหรับภาคเกษตร ทำหน้าที่ ผู้อำนวยการสำนักผู้เชี่ยวชาญ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพิจารณาโครงการวิจัยด้านการเกษตร ครั้งที่ 4/2569 ณ ห้องประชุม 501 ชั้น 5 ตึกกสิกรรม กรมวิชาการเกษตร เพื่อรับทราบสรุปผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับเงินรายได้การดำเนินงานวิจัยด้านการเกษตร และร่วมกันพิจารณากลั่นกรองข้อเสนอโครงการวิจัยที่หน่วยงานเสนอขอรับสนับสนุนการวิจัยจากเงินรายได้การดำเนินงานวิจัยด้านการเกษตร ในประเด็นการพัฒนาต้นแบบศูนย์เรียนรู้การผลิตกาแฟอะราบิกา มะคาเดเมีย และชาจีน คาร์บอนต่ำด้วยนวัตกรรมกรมวิชาการเกษตร ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของเงินรายได้การดำเนินงานวิจัยด้านการเกษตรของกรมวิชาการเกษตร ผลจากการประชุมครั้งนี้ จะนำไปเสนอคณะกรรมการบริหารการดำเนินงานวิจัยด้านการเกษตร ซึ่งมีอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธาน เพื่อพิจารณาอนุมัติตามขั้นตอนต่อไป

วันพุธที่ 8 เมษายน 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร มอบหมาย ดร.สุรกิตติ ศรีกุล ที่ปรึกษาอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการวิจัยปรับปรุงพันธุ์พืช ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุม ชั้น 2 สำนักงานอธิบดีกรมวิชาการเกษตร พิจารณารับรอง พันธุ์พืชและชีวภัณฑ์ใหม่ นวัตกรรมวิจัยกรมวิชาการเกษตร เตรียมประชาสัมพันธ์เผยแพร่ขยายผลการใช้ประโยชน์สู่เกษตรกร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนที่สนใจ

การประชุมครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการ ยกระดับนวัตกรรมวิจัยด้านพันธุ์พืชและชีวภัณฑ์ใหม่ของกรมวิชาการเกษตร มีลักษณะตามมาตรฐานทางวิชาการและมีศักยภาพพร้อมใช้ประโยชน์ได้จริง สอดคล้องนโยบายสำคัญรัฐบาลสู่ “ เกษตรแม่นยำ ” ด้วยการลดต้นทุน เพิ่มผลิตภาพ เพิ่มทางเลือกเกษตรกร สร้างสังคมคาร์บอนต่ำ รวมทั้งสร้างโอกาสการแข่งขันให้กับเกษตรกรไทย สำหรับ “4 พันธุ์พืชและ1 ชีวภัณฑ์ใหม่” ที่ได้รับการรับรอง มีดังนี้

  • ไม้ดอกตอบโจทย์ตลาดไม้ดอกพรีเมียม : ดาหลาพันธุ์ กวก. ตรัง 7 และ ดาหลาพันธุ์ กวก. ตรัง 8 ดอกทนทาน สวยงาม รูปทรงแปลกใหม่  เหมาะสำหรับใช้ตกแต่ง
  • พืชไร่อุตสาหกรรมและพลังงานชีวมวล : มันสำปะหลังพันธุ์ กวก. ระยอง 17 ผลผลิตแป้งและหัวสดสูง เพิ่มขีดความสามารถในการส่งออก ข้าวฟ่างหวานพันธุ์ กวก. สุพรรณบุรี 1 : ปริมาณน้ำคั้นสูง น้ำหนักต้นสดสูง ทางเลือกสำคัญพลังงานชีวมวล ส่งเสริมพลังงานสะอาด
  • นวัตกรรมชีวภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม : เชื้อราเมตาไรเซียม แอนิโซเพลีย สายพันธุ์ กวก. กอพ. 1 ควบคุมด้วงแรดมะพร้าว ลดการใช้สารเคมี สร้างสังคมคาร์บอนต่ำ

ไม่เพียงแต่ยกระดับนวัตกรรมวิจัยด้านพันธุ์พืชและชีวภัณฑ์ใหม่ของกรมวิชาการเกษตร แต่ยังเป็นการวางรากฐานโครงสร้างเศรษฐกิจภาคเกษตรกรรมจากเน้น “ปริมาณ” ไปสู่การสร้าง “มูลค่า” เพื่อพี่น้องเกษตรกรไทยอยู่ดีและมีสุขตามนโยบายของรัฐบาลและยุทธศาสตร์ชาติ