<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
	<channel>
		<title><![CDATA[คลังเอกสารความรู้ - มาตรฐานและคุณภาพสินค้าเกษตร]]></title>
		<link>https://www.doa.go.th/share/</link>
		<description><![CDATA[คลังเอกสารความรู้ - https://www.doa.go.th/share]]></description>
		<pubDate>Sun, 19 Apr 2026 11:19:44 +0000</pubDate>
		<generator>MyBB</generator>
		<item>
			<title><![CDATA[การจัดการหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน เพื่อการส่งออก]]></title>
			<link>https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2584</link>
			<pubDate>Mon, 03 Nov 2025 06:31:45 +0000</pubDate>
			<dc:creator><![CDATA[<a href="https://www.doa.go.th/share/member.php?action=profile&uid=1">doa</a>]]></dc:creator>
			<guid isPermaLink="false">https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2584</guid>
			<description><![CDATA[<span style="font-weight: bold;" class="mycode_b">การจัดการหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน เพื่อการส่งออก</span><br />
<span style="font-style: italic;" class="mycode_i">สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช </span><br />
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          ทุเรียน เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทยที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและประเทศ เป็นอย่างมาก โดยในปี 2567 ผลผลิตทุเรียนมีปริมาณการส่งออก 859,183 ตัน มูลค่า 3,755.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่า 134,852 ล้านบาท การผลิตทุเรียนให้ได้คุณภาพมาตรฐานต้องเผชิญกับปัญหาการ เข้าทำลายของศัตรูพืชหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน” แมลงศัตรูที่สร้างความเสียหาย ให้กับผลผลิตทุเรียนอย่างรุนแรง ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดเพียงระดับเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังส่ง ผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในคุณภาพทุเรียนไทยในตลาดทั้งในและต่างประเทศ</div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3180" target="_blank" title="">การจัดการหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน เพื่อการส่งออก.pdf</a> (ขนาด: 58.43 MB / ดาวน์โหลด: 439)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span style="font-weight: bold;" class="mycode_b">การจัดการหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน เพื่อการส่งออก</span><br />
<span style="font-style: italic;" class="mycode_i">สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช </span><br />
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          ทุเรียน เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทยที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและประเทศ เป็นอย่างมาก โดยในปี 2567 ผลผลิตทุเรียนมีปริมาณการส่งออก 859,183 ตัน มูลค่า 3,755.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นมูลค่า 134,852 ล้านบาท การผลิตทุเรียนให้ได้คุณภาพมาตรฐานต้องเผชิญกับปัญหาการ เข้าทำลายของศัตรูพืชหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "หนอนเจาะเมล็ดทุเรียน” แมลงศัตรูที่สร้างความเสียหาย ให้กับผลผลิตทุเรียนอย่างรุนแรง ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดเพียงระดับเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังส่ง ผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในคุณภาพทุเรียนไทยในตลาดทั้งในและต่างประเทศ</div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3180" target="_blank" title="">การจัดการหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน เพื่อการส่งออก.pdf</a> (ขนาด: 58.43 MB / ดาวน์โหลด: 439)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[ยกระดับอัตลักษณ์กาแฟไทยด้วยนวัตกรรมกาแฟสู่ตลาดสากล]]></title>
			<link>https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2580</link>
			<pubDate>Mon, 27 Jan 2025 04:02:16 +0000</pubDate>
			<dc:creator><![CDATA[<a href="https://www.doa.go.th/share/member.php?action=profile&uid=1">doa</a>]]></dc:creator>
			<guid isPermaLink="false">https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2580</guid>
			<description><![CDATA[<span style="font-weight: bold;" class="mycode_b">ยกระดับอัตลักษณ์กาแฟไทยด้วยนวัตกรรมกาแฟสู่ตลาดสากล</span><br />
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          ตามที่กรมวิชาการเกษตรได้มีนโยบายในการจัดการองค์ความรู้ของกรมวิชาการเกษตร เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติราชการตามประเด็นยุทธศาสตร์ของส่วนราชการ คณะกรรมการจัดการความรู้ กรมวิชาการเกษตร ได้มีการแต่งตั้งคณะทางานจัดการองค์ความรู้ องค์ความรู้ที่ 2 ยกระดับอัตลักษณ์กาแฟไทย ด้วยนวัตกรรมกาแฟ สู่ตลาดสากล เพื่อดำเนินการจัดการความรู้ของกรมวิชาการเกษตรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม โดยศึกษา วิเคราะห์และดำเนินการจัดการองค์ความรู้ ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมตามแผนการจัดการองค์ความรู้ให้บรรลุเป้าหมาย ดังนั้นการรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในองค์กร ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสารมาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถในเชิงแข่งขันสูงสุด ซึ่งการจัดการความรู้สามารถใช้เป็นเครื่องมือเพื่อการบรรลุเป้าหมายของงาน การพัฒนาคน และการพัฒนาองค์กรไปเป็นองค์กรเรียนรู้</div>
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          เนื่องจากกาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถสร้างมูลค่าและรายได้ให้กับเกษตรกร กรมวิชาการเกษตรมีการวิจัยและพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำ ในการพัฒนาพันธุ์ในกาแฟอะราบิกาและโรบัสตา ส่วนกลางน้ำในการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตตลอดจนถึงปลายน้ำ ในการแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่ม จึงได้รวบรวมองค์ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ของแต่ละบุคคลซึ่งเป็นนามธรรม และความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็นความรู้แบบรูปธรรมที่สามารถรวบรวม เพื่อถ่ายทอดโดยผ่านวิธีต่างๆ เช่น การบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ทฤษฎี คู่มือต่างๆ ซึ่งเป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาคนและองค์กร</div>
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          กรมวิชาการเกษตรได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของกาแฟจึงได้ดำเนินการรวบรวมความรู้ที่มีอยู่ในหน่วยงานทั้งในตัวบุคคลหรือเอกสารวิชาการเพื่อจัดทำเอกสารการจัดการองค์ความรู้เรื่อง“ยกระดับอัตลักษณ์กาแฟไทยด้วยนวัตกรรมกาแฟสู่ตลาดสากล”โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่บุคคลากรในกรมวิชาการเกษตรเกษตรกรบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจในการจัดการพัฒนาด้านกาแฟสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป</div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3192" target="_blank" title="">ยก ระดับอัตลักษณ์กาแฟไทยด้วยนวัตกรรมกาแฟสู่ตลาดสากล.pdf</a> (ขนาด: 26.53 MB / ดาวน์โหลด: 165)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span style="font-weight: bold;" class="mycode_b">ยกระดับอัตลักษณ์กาแฟไทยด้วยนวัตกรรมกาแฟสู่ตลาดสากล</span><br />
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          ตามที่กรมวิชาการเกษตรได้มีนโยบายในการจัดการองค์ความรู้ของกรมวิชาการเกษตร เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติราชการตามประเด็นยุทธศาสตร์ของส่วนราชการ คณะกรรมการจัดการความรู้ กรมวิชาการเกษตร ได้มีการแต่งตั้งคณะทางานจัดการองค์ความรู้ องค์ความรู้ที่ 2 ยกระดับอัตลักษณ์กาแฟไทย ด้วยนวัตกรรมกาแฟ สู่ตลาดสากล เพื่อดำเนินการจัดการความรู้ของกรมวิชาการเกษตรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม โดยศึกษา วิเคราะห์และดำเนินการจัดการองค์ความรู้ ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมตามแผนการจัดการองค์ความรู้ให้บรรลุเป้าหมาย ดังนั้นการรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในองค์กร ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสารมาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถในเชิงแข่งขันสูงสุด ซึ่งการจัดการความรู้สามารถใช้เป็นเครื่องมือเพื่อการบรรลุเป้าหมายของงาน การพัฒนาคน และการพัฒนาองค์กรไปเป็นองค์กรเรียนรู้</div>
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          เนื่องจากกาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถสร้างมูลค่าและรายได้ให้กับเกษตรกร กรมวิชาการเกษตรมีการวิจัยและพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำ ในการพัฒนาพันธุ์ในกาแฟอะราบิกาและโรบัสตา ส่วนกลางน้ำในการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตตลอดจนถึงปลายน้ำ ในการแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่ม จึงได้รวบรวมองค์ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ของแต่ละบุคคลซึ่งเป็นนามธรรม และความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็นความรู้แบบรูปธรรมที่สามารถรวบรวม เพื่อถ่ายทอดโดยผ่านวิธีต่างๆ เช่น การบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ทฤษฎี คู่มือต่างๆ ซึ่งเป็นเครื่องมือหนึ่งในการพัฒนาคนและองค์กร</div>
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          กรมวิชาการเกษตรได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของกาแฟจึงได้ดำเนินการรวบรวมความรู้ที่มีอยู่ในหน่วยงานทั้งในตัวบุคคลหรือเอกสารวิชาการเพื่อจัดทำเอกสารการจัดการองค์ความรู้เรื่อง“ยกระดับอัตลักษณ์กาแฟไทยด้วยนวัตกรรมกาแฟสู่ตลาดสากล”โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่บุคคลากรในกรมวิชาการเกษตรเกษตรกรบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจในการจัดการพัฒนาด้านกาแฟสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป</div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3192" target="_blank" title="">ยก ระดับอัตลักษณ์กาแฟไทยด้วยนวัตกรรมกาแฟสู่ตลาดสากล.pdf</a> (ขนาด: 26.53 MB / ดาวน์โหลด: 165)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[การจัดการศัตรูมะพร้าว]]></title>
			<link>https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2555</link>
			<pubDate>Tue, 20 Jun 2023 04:27:26 +0000</pubDate>
			<dc:creator><![CDATA[<a href="https://www.doa.go.th/share/member.php?action=profile&uid=1">doa</a>]]></dc:creator>
			<guid isPermaLink="false">https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2555</guid>
			<description><![CDATA[<span style="font-weight: bold;" class="mycode_b">การจัดการศัตรูมะพร้าว</span><br />
<span style="font-style: italic;" class="mycode_i">สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร</span><br />
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช มีหน้าที่ ศึกษา ค้นคว้า วิจัย ทดลองและพัฒนาวิชาการเกษตรด้านอารักขาพืชซึ่งเป็นหน้าที่หลักข้อหนึ่งของกรมวิชาการเกษตร เพื่อให้ได้ข้อมูลความรู้ด้านวิชาการในการป้องกัน ควบคุม หรือการจัดการศัตรูพืช เป็นการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของพืชปลูกให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนด ซึ่งจะทำให้ผลผลิตมีมูลค่าและความปลอดภัยสูงขึ้นโดยสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืชได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการศัตรูพืชในการผลิตมะพร้าว เพื่อให้ได้ปริมาณและคุณภาพที่ตลาดต้องการทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ</div>
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          ปี 2557 ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวรวม 1.3 ล้านไร่ ผลผลิตรวมกว่า 1 ล้านตัน เป็นประเทศที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของเนื้อที่ปลูกและผลผลิตสูงสุดของโลก สำหรับการผลิตมะพร้าวเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีตามที่ต้องการ และให้มีปริมาณเพียงพอต่อผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศนั้นจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการที่ดีตั้งแต่ก่อนปลูกจนกระทั่งถึงการเก็บเกี่ยว นอกจากการบริหารจัดการสภาพแวดล้อม ดิน น้ำ ปุ๋ยให้เหมาะสม ศัตรูพืชยังเป็นปัจจัยที่สำคัญอีกปัจจัยหนึ่งที่จะต้องมีการจัดการให้ถูกต้องและเหมาะสมในแปลงปลูกอีกด้วย ในปัจจุบันศัตรูมะพร้าวที่พบมีทั้งโรค แมลง ไร สัตว์ศัตรูพืช และวัชพืช ซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้ผลผลิตมะพร้าวไม่ได้คุณภาพตามต้องการ จากประเด็นปัญหาดังกล่าว สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืชจึงได้จัดทำเอกสารวิชาการ “การจัดการศัตรูมะพร้าว” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลศัตรูพืชของมะพร้าวการบริหารจัดการศัตรูพืชที่ถูกต้องและเหมาะสมเพื่อให้ได้ผลผลิตมะพร้าวที่มีคุณภาพ โดยรวบรวมทบทวน ปรับปรุงและเพิ่มเติมข้อมูลทางวิชาการที่ได้จากงานวิจัยของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งได้นำข้อมูลมาประมวลและกลั่นกรองให้ถูกต้องโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะทำงาน เพื่อจัดเป็นองค์ความรู้ที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ถูกต้องและมีความเหมาะสม สามารถนำไปปฏิบัติได้ ซึ่งสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืชหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารวิชาการฉบับนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับนำไปใช้ในการจัดการศัตรูมะพร้าวอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3139" target="_blank" title="">2559 การจัดการศัตรูมะพร้าว.pdf</a> (ขนาด: 36.86 MB / ดาวน์โหลด: 1389)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span style="font-weight: bold;" class="mycode_b">การจัดการศัตรูมะพร้าว</span><br />
<span style="font-style: italic;" class="mycode_i">สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร</span><br />
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช มีหน้าที่ ศึกษา ค้นคว้า วิจัย ทดลองและพัฒนาวิชาการเกษตรด้านอารักขาพืชซึ่งเป็นหน้าที่หลักข้อหนึ่งของกรมวิชาการเกษตร เพื่อให้ได้ข้อมูลความรู้ด้านวิชาการในการป้องกัน ควบคุม หรือการจัดการศัตรูพืช เป็นการเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของพืชปลูกให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนด ซึ่งจะทำให้ผลผลิตมีมูลค่าและความปลอดภัยสูงขึ้นโดยสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืชได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการศัตรูพืชในการผลิตมะพร้าว เพื่อให้ได้ปริมาณและคุณภาพที่ตลาดต้องการทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ</div>
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          ปี 2557 ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวรวม 1.3 ล้านไร่ ผลผลิตรวมกว่า 1 ล้านตัน เป็นประเทศที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของเนื้อที่ปลูกและผลผลิตสูงสุดของโลก สำหรับการผลิตมะพร้าวเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีตามที่ต้องการ และให้มีปริมาณเพียงพอต่อผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศนั้นจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการที่ดีตั้งแต่ก่อนปลูกจนกระทั่งถึงการเก็บเกี่ยว นอกจากการบริหารจัดการสภาพแวดล้อม ดิน น้ำ ปุ๋ยให้เหมาะสม ศัตรูพืชยังเป็นปัจจัยที่สำคัญอีกปัจจัยหนึ่งที่จะต้องมีการจัดการให้ถูกต้องและเหมาะสมในแปลงปลูกอีกด้วย ในปัจจุบันศัตรูมะพร้าวที่พบมีทั้งโรค แมลง ไร สัตว์ศัตรูพืช และวัชพืช ซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้ผลผลิตมะพร้าวไม่ได้คุณภาพตามต้องการ จากประเด็นปัญหาดังกล่าว สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืชจึงได้จัดทำเอกสารวิชาการ “การจัดการศัตรูมะพร้าว” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลศัตรูพืชของมะพร้าวการบริหารจัดการศัตรูพืชที่ถูกต้องและเหมาะสมเพื่อให้ได้ผลผลิตมะพร้าวที่มีคุณภาพ โดยรวบรวมทบทวน ปรับปรุงและเพิ่มเติมข้อมูลทางวิชาการที่ได้จากงานวิจัยของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งได้นำข้อมูลมาประมวลและกลั่นกรองให้ถูกต้องโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะทำงาน เพื่อจัดเป็นองค์ความรู้ที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ถูกต้องและมีความเหมาะสม สามารถนำไปปฏิบัติได้ ซึ่งสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืชหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารวิชาการฉบับนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับนำไปใช้ในการจัดการศัตรูมะพร้าวอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3139" target="_blank" title="">2559 การจัดการศัตรูมะพร้าว.pdf</a> (ขนาด: 36.86 MB / ดาวน์โหลด: 1389)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[การจัดการศัตรูส้มโอเพื่อการส่งออก]]></title>
			<link>https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2554</link>
			<pubDate>Tue, 20 Jun 2023 04:22:04 +0000</pubDate>
			<dc:creator><![CDATA[<a href="https://www.doa.go.th/share/member.php?action=profile&uid=1">doa</a>]]></dc:creator>
			<guid isPermaLink="false">https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2554</guid>
			<description><![CDATA[<span style="font-weight: bold;" class="mycode_b">การจัดการศัตรูส้มโอเพื่อการส่งออก</span><br />
<span style="font-style: italic;" class="mycode_i">สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร</span><br />
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          ส้มโอ [<span style="font-style: italic;" class="mycode_i">Citrus maxima</span> (Burm.) Merr.] เป็นไม้ผลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของประเทศไทย สามารถปลูกได้ทั่วทุกภาค เป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศ และเป็นผลไม้ที่มีศักยภาพในการส่งออก นอกจากนี้ส้มโอยังมีหลายพันธุ์ ซึ่งแต่ละพันธุ์จะมีรสชาติและลักษณะที่แตกต่างกัน พันธุ์ที่นิยม ได้แก่ ทองดี ขาวแป้น ขาวพวง ขาวแตงกวา และทับทิมสยาม เป็นต้น ข้อดีของส้มโอที่ทาให้เกษตรกรนิยมปลูกกันมากอย่างหนึ่งคือ สามารถยืดอายุการเก็บเกี่ยวได้พอสมควร และเป็นไม้ผลที่มีอายุหลังการเก็บเกี่ยวนาน ซึ่งเป็นข้อดีในด้านการตลาด โดยเฉพาะในการส่งออกส้มโอไปต่างประเทศ พื้นที่ปลูกส้มโอของประเทศไทยในปี 2558 มีประมาณ 167,000 ไร่ มีปริมาณผลผลิต 232,965 ตัน และมีมูลค่าผลผลิต 7,558 ล้านบาท นอกจากการบริโภคส้มโอภายในประเทศแล้ว ยังสามารถส่งออกส้มโอไปต่างประเทศได้ ในปี 2557 มีปริมาณส่งออกส้มโอ 12,523 ตัน มูลค่าการส่งออก 228 ล้านบาท ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ได้แก่ จีน ฮ่องกง และแคนาดา ตลาดต่างประเทศที่สำคัญได้แก่ เวียดนาม และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อย่างไรก็ตามการส่งออกส้มโอไปยังตลาดสำคัญของโลก เช่น ประเทศในสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ก็ยังมีข้อจากัด เนื่องจากประสบปัญหาเรื่องโรคของส้มโอ โรคที่เป็นปัญหาในการส่งออก คือโรคแคงเคอร์ ที่สามารถติดไปกับผลส้มโอได้ ซึ่งโรคแคงเคอร์นี้เป็นศัตรูพืชกักกันของประเทศในสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา การส่งออกส้มโอไปยังประเทศดังกล่าวจะต้องมีการตรวจรับรองส้มโอปลอดโรคแคงเคอร์ซึ่งเป็นการปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรปที่กำหนดไว้ว่า การนำผลส้มโอเข้าสหภาพยุโรปจากประเทศที่มีโรคแคงเคอร์และไม่มีพื้นที่ปลอดโรคนั้น จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดที่กำหนดไว้</div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3138" target="_blank" title="">2555 การจัดการศัตรูส้มโอเพื่อการส่งออก.pdf</a> (ขนาด: 24.15 MB / ดาวน์โหลด: 1957)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span style="font-weight: bold;" class="mycode_b">การจัดการศัตรูส้มโอเพื่อการส่งออก</span><br />
<span style="font-style: italic;" class="mycode_i">สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร</span><br />
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          ส้มโอ [<span style="font-style: italic;" class="mycode_i">Citrus maxima</span> (Burm.) Merr.] เป็นไม้ผลที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของประเทศไทย สามารถปลูกได้ทั่วทุกภาค เป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศ และเป็นผลไม้ที่มีศักยภาพในการส่งออก นอกจากนี้ส้มโอยังมีหลายพันธุ์ ซึ่งแต่ละพันธุ์จะมีรสชาติและลักษณะที่แตกต่างกัน พันธุ์ที่นิยม ได้แก่ ทองดี ขาวแป้น ขาวพวง ขาวแตงกวา และทับทิมสยาม เป็นต้น ข้อดีของส้มโอที่ทาให้เกษตรกรนิยมปลูกกันมากอย่างหนึ่งคือ สามารถยืดอายุการเก็บเกี่ยวได้พอสมควร และเป็นไม้ผลที่มีอายุหลังการเก็บเกี่ยวนาน ซึ่งเป็นข้อดีในด้านการตลาด โดยเฉพาะในการส่งออกส้มโอไปต่างประเทศ พื้นที่ปลูกส้มโอของประเทศไทยในปี 2558 มีประมาณ 167,000 ไร่ มีปริมาณผลผลิต 232,965 ตัน และมีมูลค่าผลผลิต 7,558 ล้านบาท นอกจากการบริโภคส้มโอภายในประเทศแล้ว ยังสามารถส่งออกส้มโอไปต่างประเทศได้ ในปี 2557 มีปริมาณส่งออกส้มโอ 12,523 ตัน มูลค่าการส่งออก 228 ล้านบาท ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ได้แก่ จีน ฮ่องกง และแคนาดา ตลาดต่างประเทศที่สำคัญได้แก่ เวียดนาม และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อย่างไรก็ตามการส่งออกส้มโอไปยังตลาดสำคัญของโลก เช่น ประเทศในสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ก็ยังมีข้อจากัด เนื่องจากประสบปัญหาเรื่องโรคของส้มโอ โรคที่เป็นปัญหาในการส่งออก คือโรคแคงเคอร์ ที่สามารถติดไปกับผลส้มโอได้ ซึ่งโรคแคงเคอร์นี้เป็นศัตรูพืชกักกันของประเทศในสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา การส่งออกส้มโอไปยังประเทศดังกล่าวจะต้องมีการตรวจรับรองส้มโอปลอดโรคแคงเคอร์ซึ่งเป็นการปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรปที่กำหนดไว้ว่า การนำผลส้มโอเข้าสหภาพยุโรปจากประเทศที่มีโรคแคงเคอร์และไม่มีพื้นที่ปลอดโรคนั้น จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดที่กำหนดไว้</div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3138" target="_blank" title="">2555 การจัดการศัตรูส้มโอเพื่อการส่งออก.pdf</a> (ขนาด: 24.15 MB / ดาวน์โหลด: 1957)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[การประยุกต์ใช้เทคนิคเนียร์อินฟราเรดสเปกโตรสโคปี (NIRS) ในการประเมินคุณภาพผลิตผลเกษตร]]></title>
			<link>https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2517</link>
			<pubDate>Fri, 16 Jun 2023 03:14:49 +0000</pubDate>
			<dc:creator><![CDATA[<a href="https://www.doa.go.th/share/member.php?action=profile&uid=1">doa</a>]]></dc:creator>
			<guid isPermaLink="false">https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2517</guid>
			<description><![CDATA[<span style="font-weight: bold;" class="mycode_b">การประยุกต์ใช้เทคนิคเนียร์อินฟราเรดสเปกโตรสโคปี (NIRS) ในการประเมินคุณภาพผลิตผลเกษตรอย่างรวดเร็ว</span><br />
<span style="font-style: italic;" class="mycode_i">กองวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร</span><br />
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          การพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นหนทางหนึ่งในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งการเพิ่มศักยภาพของภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมที่ถือเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจในการนำรายได้เข้าสู่ประเทศจึงถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ในการพัฒนาต้องอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยเพื่อให้กระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีมาตรฐานตามที่ประเทศคู่ค้ากำหนด จะเห็นได้ว่าตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ ล้วนเน้นเรื่องการตรวจสอบหรือการควบคุมคุณภาพทั้งสิ้น ในปัจจุบันเริ่มมีการนำเทคนิคเนียร์อินฟราเรดสเปกโตรสโคปี (near infrared spectroscopy: NIRS) ซึ่งเป็นการตรวจสอบคุณภาพสินค้าโดยไม่ทำลายตัวอย่าง (non-destructive quality evaluation) มาใช้ในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและยา อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมเคมีและ โพลิเมอร์ และอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เนื่องจากเป็นเทคนิคที่สามารถทำนายค่าทางเคมีได้อย่างรวดเร็ว ลดต้นทุน ลดการใช้เครื่องมือ และลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย รวมถึงไม่จำเป็นต้องใช้ผู้มีประสบการณ์สูงในการวิเคราะห์</div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3098" target="_blank" title="">2563 การประยุกต์ใช้เทคนิคเนียร์อินฟราเรดสเปกโตรสโคปี(NIRS).pdf</a> (ขนาด: 2.25 MB / ดาวน์โหลด: 4668)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span style="font-weight: bold;" class="mycode_b">การประยุกต์ใช้เทคนิคเนียร์อินฟราเรดสเปกโตรสโคปี (NIRS) ในการประเมินคุณภาพผลิตผลเกษตรอย่างรวดเร็ว</span><br />
<span style="font-style: italic;" class="mycode_i">กองวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร</span><br />
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          การพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นหนทางหนึ่งในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งการเพิ่มศักยภาพของภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมที่ถือเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจในการนำรายได้เข้าสู่ประเทศจึงถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ในการพัฒนาต้องอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยเพื่อให้กระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีมาตรฐานตามที่ประเทศคู่ค้ากำหนด จะเห็นได้ว่าตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ ล้วนเน้นเรื่องการตรวจสอบหรือการควบคุมคุณภาพทั้งสิ้น ในปัจจุบันเริ่มมีการนำเทคนิคเนียร์อินฟราเรดสเปกโตรสโคปี (near infrared spectroscopy: NIRS) ซึ่งเป็นการตรวจสอบคุณภาพสินค้าโดยไม่ทำลายตัวอย่าง (non-destructive quality evaluation) มาใช้ในอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร อุตสาหกรรมเครื่องสำอางและยา อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมเคมีและ โพลิเมอร์ และอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เนื่องจากเป็นเทคนิคที่สามารถทำนายค่าทางเคมีได้อย่างรวดเร็ว ลดต้นทุน ลดการใช้เครื่องมือ และลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย รวมถึงไม่จำเป็นต้องใช้ผู้มีประสบการณ์สูงในการวิเคราะห์</div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3098" target="_blank" title="">2563 การประยุกต์ใช้เทคนิคเนียร์อินฟราเรดสเปกโตรสโคปี(NIRS).pdf</a> (ขนาด: 2.25 MB / ดาวน์โหลด: 4668)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[สารพิษจากเชื้อราในผลิตผลเกษตร]]></title>
			<link>https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2514</link>
			<pubDate>Fri, 16 Jun 2023 03:01:34 +0000</pubDate>
			<dc:creator><![CDATA[<a href="https://www.doa.go.th/share/member.php?action=profile&uid=1">doa</a>]]></dc:creator>
			<guid isPermaLink="false">https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2514</guid>
			<description><![CDATA[<span style="font-weight: bold;" class="mycode_b">สารพิษจากเชื้อราในผลิตผลเกษตร</span><br />
<span style="font-style: italic;" class="mycode_i">สำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร</span><br />
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          กองวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร ได้จัดทำคู่มือเรื่องสารพิษจากเชื้อราในผลิตผลเกษตร สำหรับนักวิชาการ เจ้าหน้าที่ เกษตรกรผู้ประกอบการ นักศึกษา และผู้สนใจ เป็นคู่มือที่อธิบายที่มา ความสำคัญ ลักษณะ อันตรายผลกระทบของสารพิษจากเชื้อรา พร้อมทั้งอธิบายวิธีการป้องกันและลดการปนเปื้อนสารพิษ</div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3095" target="_blank" title="">2558 สารพิษจากเชื้อราในผลิตผลเกษตร.pdf</a> (ขนาด: 43.8 MB / ดาวน์โหลด: 1748)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span style="font-weight: bold;" class="mycode_b">สารพิษจากเชื้อราในผลิตผลเกษตร</span><br />
<span style="font-style: italic;" class="mycode_i">สำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร</span><br />
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          กองวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร ได้จัดทำคู่มือเรื่องสารพิษจากเชื้อราในผลิตผลเกษตร สำหรับนักวิชาการ เจ้าหน้าที่ เกษตรกรผู้ประกอบการ นักศึกษา และผู้สนใจ เป็นคู่มือที่อธิบายที่มา ความสำคัญ ลักษณะ อันตรายผลกระทบของสารพิษจากเชื้อรา พร้อมทั้งอธิบายวิธีการป้องกันและลดการปนเปื้อนสารพิษ</div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3095" target="_blank" title="">2558 สารพิษจากเชื้อราในผลิตผลเกษตร.pdf</a> (ขนาด: 43.8 MB / ดาวน์โหลด: 1748)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว]]></title>
			<link>https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2513</link>
			<pubDate>Fri, 16 Jun 2023 02:59:42 +0000</pubDate>
			<dc:creator><![CDATA[<a href="https://www.doa.go.th/share/member.php?action=profile&uid=1">doa</a>]]></dc:creator>
			<guid isPermaLink="false">https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2513</guid>
			<description><![CDATA[<span style="font-weight: bold;" class="mycode_b">โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว</span><br />
<span style="font-style: italic;" class="mycode_i">สำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร</span><br />
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          สำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร ได้จัดทำาคู่มือเรื่องโรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว สำาหรับนักวิชาการ เจ้าหน้าที่ เกษตรกร ผู้ประกอบการ นักศึกษา และผู้ที่สนใจเป็นคู่มือที่อธิบายลักษณะเชื้อสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคหลังการเก็บเกี่ยวในผลไม้เมืองร้อนหลายชนิด พร้อมทั้งอธิบายการแพร่กระจายของเชื้อสาเหตุโรค ลักษณะอาการของโรค และวิธีการควบคุมและป้องกันด้วยเนื้อหาที่กระชับและเข้าใจง่าย</div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3094" target="_blank" title="">2556 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว.pdf</a> (ขนาด: 11.97 MB / ดาวน์โหลด: 1915)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span style="font-weight: bold;" class="mycode_b">โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว</span><br />
<span style="font-style: italic;" class="mycode_i">สำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร</span><br />
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          สำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร ได้จัดทำาคู่มือเรื่องโรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว สำาหรับนักวิชาการ เจ้าหน้าที่ เกษตรกร ผู้ประกอบการ นักศึกษา และผู้ที่สนใจเป็นคู่มือที่อธิบายลักษณะเชื้อสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคหลังการเก็บเกี่ยวในผลไม้เมืองร้อนหลายชนิด พร้อมทั้งอธิบายการแพร่กระจายของเชื้อสาเหตุโรค ลักษณะอาการของโรค และวิธีการควบคุมและป้องกันด้วยเนื้อหาที่กระชับและเข้าใจง่าย</div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3094" target="_blank" title="">2556 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว.pdf</a> (ขนาด: 11.97 MB / ดาวน์โหลด: 1915)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[หลักปฏิบัติที่ดีของการใช้สารรมฟอสฟีน]]></title>
			<link>https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2512</link>
			<pubDate>Fri, 16 Jun 2023 02:38:17 +0000</pubDate>
			<dc:creator><![CDATA[<a href="https://www.doa.go.th/share/member.php?action=profile&uid=1">doa</a>]]></dc:creator>
			<guid isPermaLink="false">https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2512</guid>
			<description><![CDATA[<span style="font-weight: bold;" class="mycode_b">หลักปฏิบัติที่ดีของการใช้สารรมฟอสฟีน</span><br />
<span style="font-style: italic;" class="mycode_i">สำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร</span><br />
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          ผลิตผลเกษตรหลังการเก็บเกี่ยวหลายชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ถั่วเขียว งา เดือย กาแฟ และพืชสมุนไพร เป็นต้น ผลิตผลเกษตรเหล่านี้เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญมากของประเทศไทย ทั้งในด้านการบริโภคและการส่งออก ผลิตผลเกษตรหลังการเก็บเกี่ยวมักจะถูกทำลายให้ได้รับความเสียหายจากศัตรูผลิตผลเกษตรชนิดต่างๆ ได้แก่ แมลงศัตรูผลิตผลเกษตร เชื้อจุลินทรีย์ชนิดต่างๆ สารพิษจากเชื้อรา และสัตว์ศัตรูผลิตผลเกษตร ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายโดยการสูญเสียน้ำหนัก นอกจากจะทำลายผลผลิตโดยตรงแล้ว ศัตรูผลิตผลเกษตรบางชนิด เช่น แมลง ยังมีการขับถ่ายของเสียออกมาทำให้มีกลิ่นเหม็น ตัวอ่อนแมลงบางชนิดยังทิ้งคราบหลังการลอกคราบไว้ ก่อให้เกิดความเสียหายด้านคุณภาพโดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ ซึ่งบางประเทศมีข้อกำหนดไว้ว่าผลิตผลเกษตรที่นำเข้าต้องปราศจากแมลงที่มีชีวิตอยู่เลย และเมื่อมีการเปิดการค้าเสรีระหว่างประเทศในด้านสินค้า การบริการ และการลงทุน ประเทศคู่ค้าจึงใช้มาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชที่เข้มงวดมาใช้ ทำให้เกิดอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี เพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันความเสียหายและสูญเสียที่จะเกิดขึ้น การจัดการผลิตผลเกษตรเพื่อรักษาคุณภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งต้องนำความรู้และวิทยาการหลายสาขามาพัฒนาและประยุกต์ใช้ในการเก็บรักษาผลิตผลให้ปลอดภัยและมีคุณภาพดีอย่างสม่ำเสมอในระหว่างที่เก็บรักษาไว้ สำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร ได้ตระหนักถึงความสำคัญในด้านเทคนิคการใช้สารรมในการกำจัดแมลงศัตรูผลิตผลเกษตรหลังการเก็บเกี่ยว จึงได้จัดการฝึกอบรมนี้ เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเหมาะสม เพื่อนำไปเผยแพร่ ใช้เป็นแนวทางในการเก็บรักษาผลิตผลให้มีคุณภาพดี ลดความเสียหาย ลดการปนเปื้อนระหว่างการเก็บรักษา และเป็นการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพผลผลิตการเกษตรของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ</div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3093" target="_blank" title="">2555 หลักปฏิบัติที่ดีของการใช้สารรมพอสฟีน.pdf</a> (ขนาด: 2.23 MB / ดาวน์โหลด: 1631)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span style="font-weight: bold;" class="mycode_b">หลักปฏิบัติที่ดีของการใช้สารรมฟอสฟีน</span><br />
<span style="font-style: italic;" class="mycode_i">สำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร</span><br />
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          ผลิตผลเกษตรหลังการเก็บเกี่ยวหลายชนิด ได้แก่ ข้าว ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ถั่วเขียว งา เดือย กาแฟ และพืชสมุนไพร เป็นต้น ผลิตผลเกษตรเหล่านี้เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญมากของประเทศไทย ทั้งในด้านการบริโภคและการส่งออก ผลิตผลเกษตรหลังการเก็บเกี่ยวมักจะถูกทำลายให้ได้รับความเสียหายจากศัตรูผลิตผลเกษตรชนิดต่างๆ ได้แก่ แมลงศัตรูผลิตผลเกษตร เชื้อจุลินทรีย์ชนิดต่างๆ สารพิษจากเชื้อรา และสัตว์ศัตรูผลิตผลเกษตร ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายโดยการสูญเสียน้ำหนัก นอกจากจะทำลายผลผลิตโดยตรงแล้ว ศัตรูผลิตผลเกษตรบางชนิด เช่น แมลง ยังมีการขับถ่ายของเสียออกมาทำให้มีกลิ่นเหม็น ตัวอ่อนแมลงบางชนิดยังทิ้งคราบหลังการลอกคราบไว้ ก่อให้เกิดความเสียหายด้านคุณภาพโดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ ซึ่งบางประเทศมีข้อกำหนดไว้ว่าผลิตผลเกษตรที่นำเข้าต้องปราศจากแมลงที่มีชีวิตอยู่เลย และเมื่อมีการเปิดการค้าเสรีระหว่างประเทศในด้านสินค้า การบริการ และการลงทุน ประเทศคู่ค้าจึงใช้มาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชที่เข้มงวดมาใช้ ทำให้เกิดอุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี เพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันความเสียหายและสูญเสียที่จะเกิดขึ้น การจัดการผลิตผลเกษตรเพื่อรักษาคุณภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งต้องนำความรู้และวิทยาการหลายสาขามาพัฒนาและประยุกต์ใช้ในการเก็บรักษาผลิตผลให้ปลอดภัยและมีคุณภาพดีอย่างสม่ำเสมอในระหว่างที่เก็บรักษาไว้ สำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร ได้ตระหนักถึงความสำคัญในด้านเทคนิคการใช้สารรมในการกำจัดแมลงศัตรูผลิตผลเกษตรหลังการเก็บเกี่ยว จึงได้จัดการฝึกอบรมนี้ เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเหมาะสม เพื่อนำไปเผยแพร่ ใช้เป็นแนวทางในการเก็บรักษาผลิตผลให้มีคุณภาพดี ลดความเสียหาย ลดการปนเปื้อนระหว่างการเก็บรักษา และเป็นการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพผลผลิตการเกษตรของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ</div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3093" target="_blank" title="">2555 หลักปฏิบัติที่ดีของการใช้สารรมพอสฟีน.pdf</a> (ขนาด: 2.23 MB / ดาวน์โหลด: 1631)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[การประเมินความสามารถผู้ผลิตยางแท่งเอสทีอาร์]]></title>
			<link>https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2499</link>
			<pubDate>Thu, 15 Jun 2023 06:50:11 +0000</pubDate>
			<dc:creator><![CDATA[<a href="https://www.doa.go.th/share/member.php?action=profile&uid=1">doa</a>]]></dc:creator>
			<guid isPermaLink="false">https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2499</guid>
			<description><![CDATA[<span style="font-weight: bold;" class="mycode_b">การประเมินความสามารถผู้ผลิตยางแท่งเอสทีอาร์</span><br />
<span style="font-style: italic;" class="mycode_i">กองการยาง กรมวิชาการเกษตร</span><br />
<br />
กองการยาง มีภารกิจดำเนินการตามกฎหมาย ว่าด้วยการควบคุมยางซึ่งทำหน้าที่ควบคุมและกำกับดูแลการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพาราให้เป็นระบบ ครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การค้า และการแปรรูปยาง ตลอดจนการตลาดของยางพารา ให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 ดังนั้น การจัดการองค์ความรู้ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการพัฒนาทั้งคนและองค์กรไปพร้อมกัน เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะ ความสามารถและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากร และนำไปปฏิบัติงานในทิศทางเดียวกัน<br />
<br />
เอกสารวิชาการเรื่อง “การประเมินความสามารถผู้ผลิตยางแท่งเอสทีอาร์” จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจประเมินผู้ผลิตยางแท่งเอสทีอาร์ ตั้งแต่วัตถุดิบ ชนิดเครื่องจักรและกำลังการผลิต ตลอดจนการสุ่มตัวอย่างและการตรวจประเมินคุณภาพยาง ซึ่งหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ของกองการยาง ทั้งในส่วนของตรวจประเมินการอนุญาตเป็นผู้ผลิตยางแท่งเอสทีอาร์ใหม่ และการพิจารณาการขอต่อ อายุใบอนุญาตเป็นผู้ผลิตยางแท่งเอสทีอาร์ และส่วนของงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง<br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3191" target="_blank" title="">65-การประเมินความสามารถผู้ผลิตยางแท่งเอสทีอาร์.pdf</a> (ขนาด: 2.87 MB / ดาวน์โหลด: 105)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span style="font-weight: bold;" class="mycode_b">การประเมินความสามารถผู้ผลิตยางแท่งเอสทีอาร์</span><br />
<span style="font-style: italic;" class="mycode_i">กองการยาง กรมวิชาการเกษตร</span><br />
<br />
กองการยาง มีภารกิจดำเนินการตามกฎหมาย ว่าด้วยการควบคุมยางซึ่งทำหน้าที่ควบคุมและกำกับดูแลการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพาราให้เป็นระบบ ครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การค้า และการแปรรูปยาง ตลอดจนการตลาดของยางพารา ให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 ดังนั้น การจัดการองค์ความรู้ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการพัฒนาทั้งคนและองค์กรไปพร้อมกัน เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะ ความสามารถและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากร และนำไปปฏิบัติงานในทิศทางเดียวกัน<br />
<br />
เอกสารวิชาการเรื่อง “การประเมินความสามารถผู้ผลิตยางแท่งเอสทีอาร์” จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจประเมินผู้ผลิตยางแท่งเอสทีอาร์ ตั้งแต่วัตถุดิบ ชนิดเครื่องจักรและกำลังการผลิต ตลอดจนการสุ่มตัวอย่างและการตรวจประเมินคุณภาพยาง ซึ่งหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ของกองการยาง ทั้งในส่วนของตรวจประเมินการอนุญาตเป็นผู้ผลิตยางแท่งเอสทีอาร์ใหม่ และการพิจารณาการขอต่อ อายุใบอนุญาตเป็นผู้ผลิตยางแท่งเอสทีอาร์ และส่วนของงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง<br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3191" target="_blank" title="">65-การประเมินความสามารถผู้ผลิตยางแท่งเอสทีอาร์.pdf</a> (ขนาด: 2.87 MB / ดาวน์โหลด: 105)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[การอ่านและการตีความหมายใบรายงานผลการสอบเทียบ]]></title>
			<link>https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2497</link>
			<pubDate>Thu, 15 Jun 2023 06:32:11 +0000</pubDate>
			<dc:creator><![CDATA[<a href="https://www.doa.go.th/share/member.php?action=profile&uid=1">doa</a>]]></dc:creator>
			<guid isPermaLink="false">https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2497</guid>
			<description><![CDATA[<span style="font-weight: bold;" class="mycode_b">การอ่านและการตีความหมายใบรายงานผลการสอบเทียบ</span><br />
<span style="font-style: italic;" class="mycode_i">กองการยาง กรมวิชาการเกษตร</span><br />
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          กองการยาง กรมวิชาการเกษตร มีภารกิจ ตาม พระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 เพื่อควบคุมและกำกับดูแลประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยาง ให้เป็นระบบ ครบวงจร ตั้งแต่ การผลิต การค้า และการแปรรูปยางตลอดจนการตลาดยางให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ และเกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้อง</div>
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          สำหรับการส่งยางออกนอกราชอาณาจักร ผู้ส่งยางต้องส่งยางที่มาตรฐาน ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ซึ่งยางที่ได้มาตรฐาน นั้นต้องวิเคราะห์หรือทดสอบคุณภาพยาง จากห้องปฏิบัติการทดสอบยาง ที่ได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต (กรมวิชาการเกษตร) ซึ่งการออกใบอนุญาต ต้องมีการตรวจประเมินห้องปฏิบัติการวิเคราะห์หรือทดสอบคุณภาพยาง หากใช้เครื่องมือ เครื่องใช้ สำหรับการวิเคราะห์หรือทดสอบคุณภาพยางรวมทั้ง คุณสมบัติผู้ปฏิบัติงาน ตรงตามกำหนดในกฎกระทรวง ก็สามารถออกใบอนุญาตได้</div>
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          สำหรับห้องปฏิบัติการวิเคราะห์หรือทดสอบคุณภาพยาง เครื่องมือทดสอบ มีหลายชนิด อาทิ เช่น เตาอบ เครื่องชั่ง เครื่องทดสอบยางอ่อนตัว เครื่องทดสอบความหนืด เป็นต้น ดังนั้น เครื่องมือวัดดังกล่าว ต้องมีการสอบเทียบ และรายงานผลการสอบเทียบ เพื่อบ่งบอกถึง ความสามารถในการวัด ที่ถูกต้อง ของเครื่องมือวัด ซึ่งผู้ตรวจประเมินห้องปฏิบัติการวิเคราะห์หรือทดสอบคุณภาพยาง ต้องมีความรู้ในการอ่านตีความ และประเมินเครื่องมือวัดหลังสอบเทียบ ว่าสามารถใช้งานได้จริง แต่ความรู้การอ่านตีความผลการสอบเทียบเครื่องมือวัด ของบุคลากรในหน่วยงานยังมีความเข้าใจอาจจะไม่ครบถ้วน และแนวทางปฏิบัติอาจแตกต่างกัน</div>
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          ผู้เขียนจึงได้รวบรวมเอกสารวิชาการ ความรู้ และประสบการณ์จากการเป็นผู้ตรวจประเมิน มาเขียนเป็นคู่มือเล่มนี้ขึ้น ชื่อเรื่อง “การอ่านและการตีความหมายใบรายงานผลการสอบเทียบ” โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้บุคลากรในหน่วยงานทั้งที่เป็นข้าราชการก็ดี พนักงานราชการก็ดี ใช้เป็นแนวทางในการตรวจประเมินหรือนำความรู้ เพื่อตรวจสอบ เครื่องมือวัดในห้องปฏิบัติการของหน่วยงานต่อไป</div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3193" target="_blank" title="">63-คู่มือการอ่านและการตีความหมายใบรายงานผล_.pdf</a> (ขนาด: 1.43 MB / ดาวน์โหลด: 512)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<span style="font-weight: bold;" class="mycode_b">การอ่านและการตีความหมายใบรายงานผลการสอบเทียบ</span><br />
<span style="font-style: italic;" class="mycode_i">กองการยาง กรมวิชาการเกษตร</span><br />
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          กองการยาง กรมวิชาการเกษตร มีภารกิจ ตาม พระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 เพื่อควบคุมและกำกับดูแลประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยาง ให้เป็นระบบ ครบวงจร ตั้งแต่ การผลิต การค้า และการแปรรูปยางตลอดจนการตลาดยางให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ และเกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้อง</div>
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          สำหรับการส่งยางออกนอกราชอาณาจักร ผู้ส่งยางต้องส่งยางที่มาตรฐาน ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ซึ่งยางที่ได้มาตรฐาน นั้นต้องวิเคราะห์หรือทดสอบคุณภาพยาง จากห้องปฏิบัติการทดสอบยาง ที่ได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต (กรมวิชาการเกษตร) ซึ่งการออกใบอนุญาต ต้องมีการตรวจประเมินห้องปฏิบัติการวิเคราะห์หรือทดสอบคุณภาพยาง หากใช้เครื่องมือ เครื่องใช้ สำหรับการวิเคราะห์หรือทดสอบคุณภาพยางรวมทั้ง คุณสมบัติผู้ปฏิบัติงาน ตรงตามกำหนดในกฎกระทรวง ก็สามารถออกใบอนุญาตได้</div>
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          สำหรับห้องปฏิบัติการวิเคราะห์หรือทดสอบคุณภาพยาง เครื่องมือทดสอบ มีหลายชนิด อาทิ เช่น เตาอบ เครื่องชั่ง เครื่องทดสอบยางอ่อนตัว เครื่องทดสอบความหนืด เป็นต้น ดังนั้น เครื่องมือวัดดังกล่าว ต้องมีการสอบเทียบ และรายงานผลการสอบเทียบ เพื่อบ่งบอกถึง ความสามารถในการวัด ที่ถูกต้อง ของเครื่องมือวัด ซึ่งผู้ตรวจประเมินห้องปฏิบัติการวิเคราะห์หรือทดสอบคุณภาพยาง ต้องมีความรู้ในการอ่านตีความ และประเมินเครื่องมือวัดหลังสอบเทียบ ว่าสามารถใช้งานได้จริง แต่ความรู้การอ่านตีความผลการสอบเทียบเครื่องมือวัด ของบุคลากรในหน่วยงานยังมีความเข้าใจอาจจะไม่ครบถ้วน และแนวทางปฏิบัติอาจแตกต่างกัน</div>
<br />
<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          ผู้เขียนจึงได้รวบรวมเอกสารวิชาการ ความรู้ และประสบการณ์จากการเป็นผู้ตรวจประเมิน มาเขียนเป็นคู่มือเล่มนี้ขึ้น ชื่อเรื่อง “การอ่านและการตีความหมายใบรายงานผลการสอบเทียบ” โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้บุคลากรในหน่วยงานทั้งที่เป็นข้าราชการก็ดี พนักงานราชการก็ดี ใช้เป็นแนวทางในการตรวจประเมินหรือนำความรู้ เพื่อตรวจสอบ เครื่องมือวัดในห้องปฏิบัติการของหน่วยงานต่อไป</div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3193" target="_blank" title="">63-คู่มือการอ่านและการตีความหมายใบรายงานผล_.pdf</a> (ขนาด: 1.43 MB / ดาวน์โหลด: 512)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[การส่งออกเมล็ดพันธุ์พริกและมะเขือเทศ ไปสหรัฐอเมริกาทางไปรษณีย์]]></title>
			<link>https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2452</link>
			<pubDate>Wed, 15 Sep 2021 00:27:40 +0000</pubDate>
			<dc:creator><![CDATA[<a href="https://www.doa.go.th/share/member.php?action=profile&uid=1">doa</a>]]></dc:creator>
			<guid isPermaLink="false">https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2452</guid>
			<description><![CDATA[<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          การควบคุมและตรวจสอบพืช ศัตรูพืชและการเคลื่อนย้ายพืชให้เป็นไปตามกฎระเบียบ ข้อบังคับและถูกต้องตามหลักวิชาการ เป็นวิธีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่สำคัญวิธีหนึ่งโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันมิให้ศัตรูพืช ที่สำคัญจากต่างประเทศแพร่ระบาดเข้ามาในประเทศ หรือป้องกันมิให้ศัตรูพืชแพร่ระบาดจากแหล่งหนึ่งไปยัง อีกแหล่งหนึ่งภายในประเทศเอง นอกจากนี้ยังเป็นส่วนสนับสนุนให้ส่งสินค้าเกษตรไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ได้สะดวกขึ้นด้วย โดยตรวจพืชและออกใบรับรองสุขอนามัยพืช ประเทศไทยดำเนินนโยบายส่งเสริมการลงทุนในเมล็ดพันธุ์และส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อการ ส่งออกมาเป็นระยะเวลานานอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาครัฐอำนวยความสะดวกในการดำเนินการเพื่อการส่งออกเมล็ดพันธุ์ให้กับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันการค้าและการลงทุนของโลกเปิดเสรีมากขึ้นและขยายตัวอย่างรวดเร็วส่งผลให้ปริมาณการนำเข้า ส่งออกสินค้าทั่วโลกมีมากขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกเมล็ดพันธุ์พืชที่มี ปริมาณน้อย บรรจุในพัสดุภัณฑ์ขนาดเล็ก นิยมใช้บริการพัสดุไปรษณีย์ (Parcels) เพิ่มขึ้น การส่งของทาง ไปรษณีย์ในประเทศและระหว่างประเทศของประเทศไทยอยู่ในการดำเนินงานของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และกรมศุลกากร ในการจัดเก็บภาษีจากการนำสินค้าเข้าและส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร การดำเนินการ ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ และหลายหน่วยงานที่กำกับดูแล ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๑๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายว่าด้วย ศุลกากร ตลอดจนอนุสัญญาสากลไปรษณีย์ ดังนั้นผู้ที่ประสงค์จะส่งออกเมล็ดพันธุ์ผ่านการขนส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลระเบียบปฏิบัติจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน ทั้งกรมศุลกากร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และกรมวิชาการเกษตร</div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3010" target="_blank" title="">เอกสารวิชาการ การส่งออกเมล็ดพันธุ์พริกแล.pdf</a> (ขนาด: 4.75 MB / ดาวน์โหลด: 10530)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="text-align: justify;" class="mycode_align">          การควบคุมและตรวจสอบพืช ศัตรูพืชและการเคลื่อนย้ายพืชให้เป็นไปตามกฎระเบียบ ข้อบังคับและถูกต้องตามหลักวิชาการ เป็นวิธีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่สำคัญวิธีหนึ่งโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันมิให้ศัตรูพืช ที่สำคัญจากต่างประเทศแพร่ระบาดเข้ามาในประเทศ หรือป้องกันมิให้ศัตรูพืชแพร่ระบาดจากแหล่งหนึ่งไปยัง อีกแหล่งหนึ่งภายในประเทศเอง นอกจากนี้ยังเป็นส่วนสนับสนุนให้ส่งสินค้าเกษตรไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ได้สะดวกขึ้นด้วย โดยตรวจพืชและออกใบรับรองสุขอนามัยพืช ประเทศไทยดำเนินนโยบายส่งเสริมการลงทุนในเมล็ดพันธุ์และส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อการ ส่งออกมาเป็นระยะเวลานานอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาครัฐอำนวยความสะดวกในการดำเนินการเพื่อการส่งออกเมล็ดพันธุ์ให้กับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันการค้าและการลงทุนของโลกเปิดเสรีมากขึ้นและขยายตัวอย่างรวดเร็วส่งผลให้ปริมาณการนำเข้า ส่งออกสินค้าทั่วโลกมีมากขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกเมล็ดพันธุ์พืชที่มี ปริมาณน้อย บรรจุในพัสดุภัณฑ์ขนาดเล็ก นิยมใช้บริการพัสดุไปรษณีย์ (Parcels) เพิ่มขึ้น การส่งของทาง ไปรษณีย์ในประเทศและระหว่างประเทศของประเทศไทยอยู่ในการดำเนินงานของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และกรมศุลกากร ในการจัดเก็บภาษีจากการนำสินค้าเข้าและส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร การดำเนินการ ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ และหลายหน่วยงานที่กำกับดูแล ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. ๒๕๑๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายว่าด้วย ศุลกากร ตลอดจนอนุสัญญาสากลไปรษณีย์ ดังนั้นผู้ที่ประสงค์จะส่งออกเมล็ดพันธุ์ผ่านการขนส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลระเบียบปฏิบัติจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน ทั้งกรมศุลกากร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และกรมวิชาการเกษตร</div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=3010" target="_blank" title="">เอกสารวิชาการ การส่งออกเมล็ดพันธุ์พริกแล.pdf</a> (ขนาด: 4.75 MB / ดาวน์โหลด: 10530)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[แมลง-ไรศัตรูทุเรียน]]></title>
			<link>https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2437</link>
			<pubDate>Fri, 25 Sep 2020 07:22:36 +0000</pubDate>
			<dc:creator><![CDATA[<a href="https://www.doa.go.th/share/member.php?action=profile&uid=1">doa</a>]]></dc:creator>
			<guid isPermaLink="false">https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2437</guid>
			<description><![CDATA[<div style="text-align: justify;" class="mycode_align"><span style="color: #34495e;" class="mycode_color"><span style="font-size: medium;" class="mycode_size"><span style="font-family: Ubuntu, Helvetica, Arial, FreeSans, sans-serif;" class="mycode_font">          ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกทุเรียนรวม 788,000 ไร่ ผลผลิตรวม 635,000 ตัน แหล่งปลูก 10 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี ชุมพร ระยอง ยะลำ สุรำษฎร์ธำนี นครศรีธรรมรำช อุตรดิตถ์ ตรำด นรำธิวำส และสงขลำ สำหรับกำรผลิตทุเรียนเพื่อให้ได้คุณภำพที่ดีตำมที่ต้องกำรนั้นจำเป็นต้องมีกำรบริหำรจัดกำรที่ดีตั้งแต่ก่อนปลูกจนกระทั่งถึงกำรเก็บเกี่ยว ปัจจุบันแมลง-ไรศัตรูทุเรียน มีกำรระบำดและเป็นสำเหตุสำคัญที่ทำให้ผลผลิตทุเรียนไม่ได้คุณภำพตำมที่ต้องกำร จำกประเด็นปัญหำดังกล่ำว สำนักวิจัยพัฒนำกำรอำรักขำพืชจึงได้จัดทำเอกสำรวิชำกำร “แมลง-ไร ศัตรูทุเรียน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลแมลง-ไร ศัตรูทุเรียนที่สำคัญ และเทคนิคกำรใช้สำรป้องกันกำจัดแมลง-ไร ศัตรูทุเรียนที่สำคัญ โดยรวบรวม ทบทวน ปรับปรุงและเพิ่มเติมข้อมูลทำงวิชำกำรที่ได้จำกหน่วยงำนต่ำงๆ ซึ่งได้นำข้อมูลมำประมวลและกลั่นกรองให้ถูกต้องโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะทำงำน เพื่อจัดเป็นองค์ควำมรู้ที่สมบรูณ์ ครบถ้วน ถูกต้องและมีควำมเหมำะสม สำมำรถนำไปปฏิบัติได้ ซึ่งสำนักวิจัยพัฒนำกำรอำรักขำพืชหวังเป็นอย่ำงยิ่งว่ำเอกสำรวิชำกำรฉบับนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับนำไปใช้ในกำรจัดกำรแมลง-ไร ศัตรูทุเรียนอย่ำงมีประสิทธิภำพต่อไป</span></span></span></div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2969" target="_blank" title="">แมลงไรศัตรูทุเรียน.pdf</a> (ขนาด: 9.64 MB / ดาวน์โหลด: 8070)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="text-align: justify;" class="mycode_align"><span style="color: #34495e;" class="mycode_color"><span style="font-size: medium;" class="mycode_size"><span style="font-family: Ubuntu, Helvetica, Arial, FreeSans, sans-serif;" class="mycode_font">          ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกทุเรียนรวม 788,000 ไร่ ผลผลิตรวม 635,000 ตัน แหล่งปลูก 10 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี ชุมพร ระยอง ยะลำ สุรำษฎร์ธำนี นครศรีธรรมรำช อุตรดิตถ์ ตรำด นรำธิวำส และสงขลำ สำหรับกำรผลิตทุเรียนเพื่อให้ได้คุณภำพที่ดีตำมที่ต้องกำรนั้นจำเป็นต้องมีกำรบริหำรจัดกำรที่ดีตั้งแต่ก่อนปลูกจนกระทั่งถึงกำรเก็บเกี่ยว ปัจจุบันแมลง-ไรศัตรูทุเรียน มีกำรระบำดและเป็นสำเหตุสำคัญที่ทำให้ผลผลิตทุเรียนไม่ได้คุณภำพตำมที่ต้องกำร จำกประเด็นปัญหำดังกล่ำว สำนักวิจัยพัฒนำกำรอำรักขำพืชจึงได้จัดทำเอกสำรวิชำกำร “แมลง-ไร ศัตรูทุเรียน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูลแมลง-ไร ศัตรูทุเรียนที่สำคัญ และเทคนิคกำรใช้สำรป้องกันกำจัดแมลง-ไร ศัตรูทุเรียนที่สำคัญ โดยรวบรวม ทบทวน ปรับปรุงและเพิ่มเติมข้อมูลทำงวิชำกำรที่ได้จำกหน่วยงำนต่ำงๆ ซึ่งได้นำข้อมูลมำประมวลและกลั่นกรองให้ถูกต้องโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะทำงำน เพื่อจัดเป็นองค์ควำมรู้ที่สมบรูณ์ ครบถ้วน ถูกต้องและมีควำมเหมำะสม สำมำรถนำไปปฏิบัติได้ ซึ่งสำนักวิจัยพัฒนำกำรอำรักขำพืชหวังเป็นอย่ำงยิ่งว่ำเอกสำรวิชำกำรฉบับนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับนำไปใช้ในกำรจัดกำรแมลง-ไร ศัตรูทุเรียนอย่ำงมีประสิทธิภำพต่อไป</span></span></span></div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2969" target="_blank" title="">แมลงไรศัตรูทุเรียน.pdf</a> (ขนาด: 9.64 MB / ดาวน์โหลด: 8070)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[โรคทุเรียน]]></title>
			<link>https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2436</link>
			<pubDate>Fri, 25 Sep 2020 07:20:19 +0000</pubDate>
			<dc:creator><![CDATA[<a href="https://www.doa.go.th/share/member.php?action=profile&uid=1">doa</a>]]></dc:creator>
			<guid isPermaLink="false">https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2436</guid>
			<description><![CDATA[<div style="text-align: justify;" class="mycode_align"><span style="color: #34495e;" class="mycode_color"><span style="font-size: medium;" class="mycode_size"><span style="font-family: Ubuntu, Helvetica, Arial, FreeSans, sans-serif;" class="mycode_font">         ในปีงบประมาณ 2562 สานักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตรเล็งเห็นถึงความสาคัญของการผลิตทุเรียน เพราะในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การส่งออกทุเรียนของไทยได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากตลาดการนาเข้าของจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งได้ส่งผลต่อการปรับตัวของราคาทุเรียนทั้งในตลาดส่งออกและตลาดภายในประเทศ ราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นได้สร้างแรงจูงใจต่อการขยายพื้นที่การเพาะปลูกทุเรียนเป็นจานวนมาก เกษตรกรจึงต้องมีการดูแลรักษาให้ต้นทุเรียนมีความอุดมสมบูรณ์เพื่อให้พร้อมสาหรับการออกดอกติดผล และมีการป้องกันกาจัดศัตรูพืชเพื่อป้องกันผลผลิตเสียหาย แต่เนื่องจากทุเรียนมีศัตรูหลายชนิด และพบระบาดเป็นประจาในพื้นที่ปลูกทุเรียนทั่วไป บางชนิดมีการระบาดรุนแรงเฉพาะในบางพื้นที่ และบางชนิดมีความรุนแรงถึงขั้นทาให้ต้นทุเรียนตายได้ ปัญหำที่สำคัญของทุเรียนที่อย่ำงหนึ่งคือปัญหำโรครำกเน่ำโคนเน่ำทุเรียน สาเหตุเกิดจากเชื้อรา </span></span></span><span style="font-style: italic;" class="mycode_i"><span style="color: #34495e;" class="mycode_color"><span style="font-size: medium;" class="mycode_size"><span style="font-family: Ubuntu, Helvetica, Arial, FreeSans, sans-serif;" class="mycode_font">Phytophthora palmivora</span></span></span></span><span style="color: #34495e;" class="mycode_color"><span style="font-size: medium;" class="mycode_size"><span style="font-family: Ubuntu, Helvetica, Arial, FreeSans, sans-serif;" class="mycode_font"> ระบาดได้ดีในช่วงที่มีฝนตกหนักและมีความชื้นสูง แม้จะได้มีการศึกษาวิจัยแก้ปัญหานี้มากกว่า 50 ปีแล้วก็ตาม นักวิชาการของภาครัฐและเอกชนต่างช่วยกันระดมความคิดในการแก้ปัญหานี้และเกษตรกรพยายามดาเนินการทุกวิถีทางที่จะปราบโรคร้ายให้หมดไป นอกจากปัญหาการระบาดของโรครากเน่าโคนเน่า และยังมีโรคที่สาคัญอีกหลายชนิดได้แก่ โรคใบติด โรคราสีชมพู โรคราแป้ง โรคแอนแทรคโนส โรคใบจุด และอาการที่เกิดจากการขาดธาตุอาหาร รวมทั้งการสับสนของเกษตรกรเกี่ยวกับโรคราสีชมพูของทุเรียน และโรครากเน่าโคนเน่า ที่ทาให้เกษตรกรใช้สารเคมีในการป้องกันกาจัดโรคไม่ถูกต้อง และทาให้ต้นทุนในการผลิตสูง</span></span></span></div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2968" target="_blank" title="">โรคทุเรียน.pdf</a> (ขนาด: 7.91 MB / ดาวน์โหลด: 38440)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="text-align: justify;" class="mycode_align"><span style="color: #34495e;" class="mycode_color"><span style="font-size: medium;" class="mycode_size"><span style="font-family: Ubuntu, Helvetica, Arial, FreeSans, sans-serif;" class="mycode_font">         ในปีงบประมาณ 2562 สานักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตรเล็งเห็นถึงความสาคัญของการผลิตทุเรียน เพราะในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การส่งออกทุเรียนของไทยได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากตลาดการนาเข้าของจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งได้ส่งผลต่อการปรับตัวของราคาทุเรียนทั้งในตลาดส่งออกและตลาดภายในประเทศ ราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นได้สร้างแรงจูงใจต่อการขยายพื้นที่การเพาะปลูกทุเรียนเป็นจานวนมาก เกษตรกรจึงต้องมีการดูแลรักษาให้ต้นทุเรียนมีความอุดมสมบูรณ์เพื่อให้พร้อมสาหรับการออกดอกติดผล และมีการป้องกันกาจัดศัตรูพืชเพื่อป้องกันผลผลิตเสียหาย แต่เนื่องจากทุเรียนมีศัตรูหลายชนิด และพบระบาดเป็นประจาในพื้นที่ปลูกทุเรียนทั่วไป บางชนิดมีการระบาดรุนแรงเฉพาะในบางพื้นที่ และบางชนิดมีความรุนแรงถึงขั้นทาให้ต้นทุเรียนตายได้ ปัญหำที่สำคัญของทุเรียนที่อย่ำงหนึ่งคือปัญหำโรครำกเน่ำโคนเน่ำทุเรียน สาเหตุเกิดจากเชื้อรา </span></span></span><span style="font-style: italic;" class="mycode_i"><span style="color: #34495e;" class="mycode_color"><span style="font-size: medium;" class="mycode_size"><span style="font-family: Ubuntu, Helvetica, Arial, FreeSans, sans-serif;" class="mycode_font">Phytophthora palmivora</span></span></span></span><span style="color: #34495e;" class="mycode_color"><span style="font-size: medium;" class="mycode_size"><span style="font-family: Ubuntu, Helvetica, Arial, FreeSans, sans-serif;" class="mycode_font"> ระบาดได้ดีในช่วงที่มีฝนตกหนักและมีความชื้นสูง แม้จะได้มีการศึกษาวิจัยแก้ปัญหานี้มากกว่า 50 ปีแล้วก็ตาม นักวิชาการของภาครัฐและเอกชนต่างช่วยกันระดมความคิดในการแก้ปัญหานี้และเกษตรกรพยายามดาเนินการทุกวิถีทางที่จะปราบโรคร้ายให้หมดไป นอกจากปัญหาการระบาดของโรครากเน่าโคนเน่า และยังมีโรคที่สาคัญอีกหลายชนิดได้แก่ โรคใบติด โรคราสีชมพู โรคราแป้ง โรคแอนแทรคโนส โรคใบจุด และอาการที่เกิดจากการขาดธาตุอาหาร รวมทั้งการสับสนของเกษตรกรเกี่ยวกับโรคราสีชมพูของทุเรียน และโรครากเน่าโคนเน่า ที่ทาให้เกษตรกรใช้สารเคมีในการป้องกันกาจัดโรคไม่ถูกต้อง และทาให้ต้นทุนในการผลิตสูง</span></span></span></div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2968" target="_blank" title="">โรคทุเรียน.pdf</a> (ขนาด: 7.91 MB / ดาวน์โหลด: 38440)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[การพัฒนาคุณภาพการผลิตมังคุดนอกฤดู ในจังหวัดนครศรีธรรมราช]]></title>
			<link>https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2433</link>
			<pubDate>Fri, 25 Sep 2020 07:09:37 +0000</pubDate>
			<dc:creator><![CDATA[<a href="https://www.doa.go.th/share/member.php?action=profile&uid=1">doa</a>]]></dc:creator>
			<guid isPermaLink="false">https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2433</guid>
			<description><![CDATA[<div style="text-align: justify;" class="mycode_align"><span style="color: #34495e;" class="mycode_color"><span style="font-size: medium;" class="mycode_size"><span style="font-family: Ubuntu, Helvetica, Arial, FreeSans, sans-serif;" class="mycode_font">          สำหรับนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจังหวัดที่ปลูกมังคุดแหล่งสำคัญของภาคใต้นั้นมีลักษณะสภาพภูมิอากาศและฤดูกาลแตกต่างจากภาคตะวันออก ทำให้วิธีการปฏิบัติดูแลรักษาต้นมังคุด และฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตแตกต่างกัน นอกจากนี้เกษตรกรส่วนใหญ่ขาดการจัดการด้านแมลงศัตรูพืช ส่งผลให้เกิดการระบาดของเพลี้ยไฟรุนแรง การศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับแมลงศัตรูสำคัญและวิธีการป้องกันกำจัดในพื้นที่ จะทำให้สามารถลดความเสียหายของผลผลิตที่เกิดจากการเข้าทำลายได้ ปัญหาเหล่านี้มีผลต่อการส่งออก นอกจากนี้ยังมีแนวทางในการเพิ่มคุณภาพผลผลิตเหล่านี้ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพการจัดการระบบการผลิตของเกษตรกร เช่น การตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย ให้น้ำ การป้องกันกาจัดศัตรูพืช การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาระบบการผลิตและการตลาดของมังคุดนอกฤดูในจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อทราบแหล่งปลูกมังคุดนอกฤดู การจัดการ พร้อมสถานการณ์การผลิต การรับซื้อ โรงคัดบรรจุและการตลาดเพื่อการจัดการเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการผลิตมังคุดนอกฤดูคุณภาพเพื่อการส่งออก และขยายผลสู่เกษตรอย่างยั่งยืนต่อไป</span></span></span></div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2962" target="_blank" title="">การพัฒนาคุณภาพการผลิตมังคุดนอกฤดูในจังหวัดนครศรีธรรมราช.pdf</a> (ขนาด: 2.22 MB / ดาวน์โหลด: 5102)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="text-align: justify;" class="mycode_align"><span style="color: #34495e;" class="mycode_color"><span style="font-size: medium;" class="mycode_size"><span style="font-family: Ubuntu, Helvetica, Arial, FreeSans, sans-serif;" class="mycode_font">          สำหรับนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจังหวัดที่ปลูกมังคุดแหล่งสำคัญของภาคใต้นั้นมีลักษณะสภาพภูมิอากาศและฤดูกาลแตกต่างจากภาคตะวันออก ทำให้วิธีการปฏิบัติดูแลรักษาต้นมังคุด และฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตแตกต่างกัน นอกจากนี้เกษตรกรส่วนใหญ่ขาดการจัดการด้านแมลงศัตรูพืช ส่งผลให้เกิดการระบาดของเพลี้ยไฟรุนแรง การศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับแมลงศัตรูสำคัญและวิธีการป้องกันกำจัดในพื้นที่ จะทำให้สามารถลดความเสียหายของผลผลิตที่เกิดจากการเข้าทำลายได้ ปัญหาเหล่านี้มีผลต่อการส่งออก นอกจากนี้ยังมีแนวทางในการเพิ่มคุณภาพผลผลิตเหล่านี้ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพการจัดการระบบการผลิตของเกษตรกร เช่น การตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ย ให้น้ำ การป้องกันกาจัดศัตรูพืช การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาระบบการผลิตและการตลาดของมังคุดนอกฤดูในจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อทราบแหล่งปลูกมังคุดนอกฤดู การจัดการ พร้อมสถานการณ์การผลิต การรับซื้อ โรงคัดบรรจุและการตลาดเพื่อการจัดการเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการผลิตมังคุดนอกฤดูคุณภาพเพื่อการส่งออก และขยายผลสู่เกษตรอย่างยั่งยืนต่อไป</span></span></span></div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2962" target="_blank" title="">การพัฒนาคุณภาพการผลิตมังคุดนอกฤดูในจังหวัดนครศรีธรรมราช.pdf</a> (ขนาด: 2.22 MB / ดาวน์โหลด: 5102)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></content:encoded>
		</item>
		<item>
			<title><![CDATA[การจัดการศัตรูหน่อไม้ฝรั่งเพื่อการส่งออก]]></title>
			<link>https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2415</link>
			<pubDate>Thu, 24 Sep 2020 07:17:27 +0000</pubDate>
			<dc:creator><![CDATA[<a href="https://www.doa.go.th/share/member.php?action=profile&uid=1">doa</a>]]></dc:creator>
			<guid isPermaLink="false">https://www.doa.go.th/share/showthread.php?tid=2415</guid>
			<description><![CDATA[<div style="text-align: justify;" class="mycode_align"><span style="color: #34495e;" class="mycode_color"><span style="font-size: medium;" class="mycode_size"><span style="font-family: Ubuntu, Helvetica, Arial, FreeSans, sans-serif;" class="mycode_font">          ปัญหาของศัตรูพืชที่มีผลกระทบต่อผลผลิตและคุณภาพในการส่งออกของหน่อไม้ฝรั่ง สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช จึงได้จัดทำเอกสารวิชาการ เรื่อง การจัดการศัตรูหน่อไม้ฝรั่งเพื่อการส่งออก โดยรวบรวม ทบทวน ปรับปรุงและเพิ่มเติมข้อมูลทางวิชาการที่ได้จากผลงานวิจัยของหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ โรคของหน่อไม้ฝรั่ง แมลงของหน่อไม้ฝรั่ง และวัชพืชในแปลงหน่อไม้ฝรั่งตลอดจนข้อมูลวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว และขั้นตอนการปฎิบัติต่อหน่อไม้ฝรั่ง ซึ่งได้นำข้อมูลมาประมวลและกลั่นกรองให้ถูกต้องโดยผู้รู้ ผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะทำงาน เพื่อจัดเป็นองค์ความรู้ที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ถูกต้อง เหมาะสม และสามารถนำไปปฏิบัติได้</span></span></span></div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2799" target="_blank" title="">บทที่ 9 การวิเคราะห์สารพิษตกค้างในหน่อไม้ฝรั่ง.pdf</a> (ขนาด: 136.7 KB / ดาวน์โหลด: 952)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2791" target="_blank" title="">บทที่ 1 ลักษณะทางพฤกษศาสตร์หน่อไม้ฝรั่ง.pdf</a> (ขนาด: 857.63 KB / ดาวน์โหลด: 3692)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2792" target="_blank" title="">บทที่ 2 แมลงศัตรูหน่อไม้ฝรั่ง.pdf</a> (ขนาด: 258.22 KB / ดาวน์โหลด: 2641)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2793" target="_blank" title="">บทที่ 3 แมลงศัตรูหน่อไม้ฝรั่ง.pdf</a> (ขนาด: 128.21 KB / ดาวน์โหลด: 1262)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2794" target="_blank" title="">บทที่ 4 การควบคุมแมลงศัตรูหน่อไม้ฝรั่งโดยชีววิธี.pdf</a> (ขนาด: 276.41 KB / ดาวน์โหลด: 1945)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2795" target="_blank" title="">บทที่ 5 โรคหน่อไม้ฝรั่ง.pdf</a> (ขนาด: 181.8 KB / ดาวน์โหลด: 4291)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2796" target="_blank" title="">บทที่ 6 วัชพืชในหน่อไม่ฝรั่ง.pdf</a> (ขนาด: 171.75 KB / ดาวน์โหลด: 1372)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2797" target="_blank" title="">บทที่ 7 การป้องกันกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกหน่อไม้ฝรั่ง.pdf</a> (ขนาด: 133.34 KB / ดาวน์โหลด: 1681)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2798" target="_blank" title="">บทที่ 8 เทคโนโลยีการจัดการศัตรูหน่อไม้ฝรั่งโดยวิธีผสมผสาน.pdf</a> (ขนาด: 123.83 KB / ดาวน์โหลด: 894)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2800" target="_blank" title="">บทที่ 10 ข้อกำหนดเกี่ยวกับศัตรูพืชเพื่อการส่งออกหน่อไม้ฝรั่งและการจัดการ.pdf</a> (ขนาด: 126.57 KB / ดาวน์โหลด: 1778)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="text-align: justify;" class="mycode_align"><span style="color: #34495e;" class="mycode_color"><span style="font-size: medium;" class="mycode_size"><span style="font-family: Ubuntu, Helvetica, Arial, FreeSans, sans-serif;" class="mycode_font">          ปัญหาของศัตรูพืชที่มีผลกระทบต่อผลผลิตและคุณภาพในการส่งออกของหน่อไม้ฝรั่ง สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช จึงได้จัดทำเอกสารวิชาการ เรื่อง การจัดการศัตรูหน่อไม้ฝรั่งเพื่อการส่งออก โดยรวบรวม ทบทวน ปรับปรุงและเพิ่มเติมข้อมูลทางวิชาการที่ได้จากผลงานวิจัยของหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ โรคของหน่อไม้ฝรั่ง แมลงของหน่อไม้ฝรั่ง และวัชพืชในแปลงหน่อไม้ฝรั่งตลอดจนข้อมูลวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว และขั้นตอนการปฎิบัติต่อหน่อไม้ฝรั่ง ซึ่งได้นำข้อมูลมาประมวลและกลั่นกรองให้ถูกต้องโดยผู้รู้ ผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะทำงาน เพื่อจัดเป็นองค์ความรู้ที่สมบูรณ์ ครบถ้วน ถูกต้อง เหมาะสม และสามารถนำไปปฏิบัติได้</span></span></span></div><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2799" target="_blank" title="">บทที่ 9 การวิเคราะห์สารพิษตกค้างในหน่อไม้ฝรั่ง.pdf</a> (ขนาด: 136.7 KB / ดาวน์โหลด: 952)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2791" target="_blank" title="">บทที่ 1 ลักษณะทางพฤกษศาสตร์หน่อไม้ฝรั่ง.pdf</a> (ขนาด: 857.63 KB / ดาวน์โหลด: 3692)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2792" target="_blank" title="">บทที่ 2 แมลงศัตรูหน่อไม้ฝรั่ง.pdf</a> (ขนาด: 258.22 KB / ดาวน์โหลด: 2641)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2793" target="_blank" title="">บทที่ 3 แมลงศัตรูหน่อไม้ฝรั่ง.pdf</a> (ขนาด: 128.21 KB / ดาวน์โหลด: 1262)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2794" target="_blank" title="">บทที่ 4 การควบคุมแมลงศัตรูหน่อไม้ฝรั่งโดยชีววิธี.pdf</a> (ขนาด: 276.41 KB / ดาวน์โหลด: 1945)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2795" target="_blank" title="">บทที่ 5 โรคหน่อไม้ฝรั่ง.pdf</a> (ขนาด: 181.8 KB / ดาวน์โหลด: 4291)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2796" target="_blank" title="">บทที่ 6 วัชพืชในหน่อไม่ฝรั่ง.pdf</a> (ขนาด: 171.75 KB / ดาวน์โหลด: 1372)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2797" target="_blank" title="">บทที่ 7 การป้องกันกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกหน่อไม้ฝรั่ง.pdf</a> (ขนาด: 133.34 KB / ดาวน์โหลด: 1681)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2798" target="_blank" title="">บทที่ 8 เทคโนโลยีการจัดการศัตรูหน่อไม้ฝรั่งโดยวิธีผสมผสาน.pdf</a> (ขนาด: 123.83 KB / ดาวน์โหลด: 894)
<!-- end: postbit_attachments_attachment --><br /><!-- start: postbit_attachments_attachment -->
<br /><!-- start: attachment_icon -->
<img src="https://www.doa.go.th/share/images/attachtypes/pdf.png" title="Adobe Acrobat PDF" border="0" alt=".pdf" />
<!-- end: attachment_icon -->&nbsp;&nbsp;<a href="attachment.php?aid=2800" target="_blank" title="">บทที่ 10 ข้อกำหนดเกี่ยวกับศัตรูพืชเพื่อการส่งออกหน่อไม้ฝรั่งและการจัดการ.pdf</a> (ขนาด: 126.57 KB / ดาวน์โหลด: 1778)
<!-- end: postbit_attachments_attachment -->]]></content:encoded>
		</item>
	</channel>
</rss>