มะพร้าว: ลูกผสมกะทิพันธุ์ชุมพร 84-1

     มะพร้าวลูกผสมกะทิพันธุ์ชุมพร 84-1 ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่าง พันธุ์มลายูสีเหลืองต้นเตี้ย และมะพร้าวกะทิ พ.ศ. 2517 ได้มีการดําเนินการสร้างสวนผลิตพันธุ์มะพร้าวลูกผสมคันธุลี ที่ ตำบลคันธุลี อำเภอ     ท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยได้รวบรวมต้นแม่พันธุ์พ่อพันธุ์ทั้งจากในและ ต่างประเทศ มาปลูกรวบรวมไว้ โดยพันธุ์มลายูสีเหลืองต้นเตี้ยเป็นพันธุ์ที่นําเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย ส่วนมะพร้าวกะทิพันธุ์แท้ดั้งเดิมเป็นมะพร้าวพ่อพันธุ์กะทิของบริษัทอูติเมล็ดพันธุ์ปาล์มน้ำมันจํากัด อยู่บนเกาะในเขื่อนวชิราลงกรณ์ (เขื่อนเขา-แหลม) อําเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ได้รับการแนะนำพันธุ์ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2554 เป็นพันธุ์พืช ขึ้นทะเบียนเลขที่ 017/2554 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554

     ลำต้นตั้งตรง ใบแคบยาว ขนาดใบย่อย (กว้างxยาว) 5.7×116 เซนติเมตร ความยาวทาง 526 เซนติเมตร ก้านทาง (กว้างxยาวxหนา) 8.7x137x4.6 เซนติเมตร รอบโคนต้น 155 เซนติเมตร ก้านทางสีเขียวและน้ำตาลแกมเขียว จั่นมีความยาวครึ่งหนึ่งของสวนออกจั่นเมื่ออายุ 3 ปี 1 เดือน ให้ผลผลิตสูงสุดจำนวน 3,378 ผลต่อไร่ (เฉลี่ย 3 ปีแรก)

  1. ให้ผลผลิตรวม 3 ปีแรก 3,378 ผลต่อไร่ โดยให้ผลผลิตเป็นมะพร้าวกะทิไม่น้อยกว่า 18 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต้นมะพร้าวธรรมดาไม่มีผลเป็นมะพร้าวกะทิ
  2. ให้ผลผลิตเร็วโดยต้นแรกออกจั่นเมื่ออายุ 2 ปี 5 เดือน และต้นมะพร้าวจำนวนครึ่งหนึ่งของสวนออกจั่นเมื่ออายุ 3 ปี 1 เดือน และให้ผลผลิตเมื่อทะลายแรกสูงจากพื้นดิน 73 เซนติเมตร

ควรมีอุณหภูมิเฉลี่ย 20-34 องศาเซลเซียส หน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 1 เมตร ดินมีการระบายน้ำดี ถ้าปลูกในที่ลุ่ม ควรยกร่อง ไม่ควรปลูกให้สูงเกิน 500 เมตรจากระดับน้ำทะเล ถ้าพื้นที่ปลูกแล้งนานเกิน 3 เดือน ต้องมีระบบให้น้ำ

  1. ปลูกให้ห่างจากมะพร้าวธรรมดา ถ้ามีต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบ ให้ห่างจากมะพร้าวธรรมดาอย่างน้อย 300 เมตร ถ้าเป็นทุ่งโล่ง ให้ห่างจากมะพร้าวธรรมดาอย่างน้อย 5 กิโลเมตร เพื่อป้องกันการผสมข้ามหรือถ่ายละอองเกสร (เรณู) จากละอองเกสรมะพร้าวธรรมดา ซึ่งจะทำให้ผลมะพร้าวกะทิไม่ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ (ตามกฎของเมลเดล)
  2. หากต้องการให้ผลผลิตมะพร้าวกะทิสูงขึ้นควรใช้เทคโนโลยีการทำหมันและช่วยผสมพันธุ์มะพร้าวด้วยละอองเกสรมะพร้าวกะทิพันธุ์แท้

พันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2554 

   ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร กรมวิชาการเกษตร