เมื่อวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๙ นางสาวธิดากุญ แสนอุดม ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช มอบหมายให้ นางสาวอุมาภรณ์ สุจริตทวีสุข ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบความปลอดภัยสินค้าพืช เป็นประธานในการประชุมคณะทำงานด้านมาตรการทางสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช และมาตรการด้านเทคนิคที่เป็นอุปสรรคทางการค้า (SPS/TBT) ครั้งที่ ๔/๒๕๖๙ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานหลักภายในกรมวิชาการเกษตรเข้าร่วม ได้แก่ กองวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กองยุทธศาสตร์และแผนงาน ณ ห้องประชุมเจรจาธุรกิจ อาคารกองวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
๑. รายงานความคืบหน้าการเปิดตลาดพืชสดสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน
๑.๑) อินทผลัมและสละสด ภายหลังเจ้าหน้าที่ GACC จากจีนเข้าตรวจประเมินสวนและโรงคัดบรรจุเมื่อช่วงกลางปี ๒๕๖๘ ล่าสุดทางฝ่ายจีนได้ส่งร่างพิธีสาร (Protocol) ของทั้งสองพืชมายังไทยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดเชิงเทคนิค เพื่อเร่งส่งกลับให้จีนพิจารณาอีกครั้ง
๑.๒) ผลิตภัณฑ์บุก ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรกำลังเร่งจัดเตรียมข้อมูลเพิ่มเติมตามคำขอของ GACC หลังจากได้ส่งแบบสอบถาม (Questionnaire) ชุดแรกไปแล้ว เพื่อผลักดันให้เกิดการเปิดตลาดโดยเร็ว
๒. การรับมือมาตรการใหม่สหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักร ที่ประชุมได้วิเคราะห์ผลกระทบจากการที่ประเทศคู่ค้าปรับเปลี่ยนค่ามาตรฐานสารตกค้างสูงสุด (MRLs) จำนวน ๑๑ รายการ ซึ่งเป็นสารที่เกษตรกรไทยมีการใช้งานจริง ดังนี้
๒.๑) สหภาพยุโรป (EU) ปรับค่าสาร Cypermethrin (ใช้ในถั่วฝักยาว, ข้าวโพดหวาน, ถั่วลิสง) และสารกลุ่ม Benomyl, Carbendazim, Thiophanate-methyl (ใช้ในข้าวและพริก)
๒.๒) สหราชอาณาจักร (UK) ปรับค่าสารเคมีสำคัญ เช่น Acetamiprid, Azoxystrobin, Flupyradifurone, Hexythiazox และ Indoxacarb รวมถึงสาร อื่นๆ ในพืชเศรษฐกิจ เช่น ทุเรียน, ลำไย, อ้อย และกล้วยไม้
กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช เน้นย้ำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการส่งออก ต้องตรวจสอบและปรับเปลี่ยนแนวทางการใช้สารเคมีอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์ใหม่ของประเทศคู่ค้า ป้องกันปัญหาการตรวจพบสารตกค้างเกินมาตรฐาน ซึ่งอาจส่งผลให้สินค้าถูกกักกันหรือส่งกลับ และส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์สินค้าเกษตรไทยในระดับสากล
