สหภาพยุโรป (EU) ออกกฎระเบียบ Commission Implementing Regulation (EU) 2024/749 ประกาศอนุญาตให้ Bixlozone เป็นสารออกฤทธิ์ (Active Substance) ที่สามารถใช้ในผลิตภัณฑ์อารักขาพืชได้ โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไข สําคัญที่ผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องควรทราบ
หมวดหมู่: สหภาพยุโรป
สหภาพยุโรปเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสารกำจัดศัตรูพืชตกค้างในสินค้าพริกจากประเทศไทย
ประกาศกฎระเบียบของสหภาพยุโรป Commission Implementing Regulation (EU) 2026/194 ว่าด้วย การปรับแก้ไข Commission Implementing Regulation (EU) 2019/1793 ในการเพิ่มมาตรการควบคุมชั่วคราว และการปรับใช้มาตรการฉุกเฉินกับสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดพืชที่มีความเสี่ยงที่นำเข้าจากประเทศที่สาม สหภาพยุโรปแจ้งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสารกำจักศัตรูพืชตกค้างที่ระดับร้อยละ 50 (จากเดิมร้อยละ 30) ในพริก (Capsicum) ยกเว้นพริกหวาน จากประเทศไทย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป
กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร จึงขอประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ส่งออกและโรงคัดบรรจุที่เกี่ยวข้องให้เพิ่มความระมัดระวังในการใช้สารกำจัดศัตรูพืชในพริกที่ส่งออก ให้เป็นไปตามมาตรฐานของสหภาพยุโรปอย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อการส่งออกพริกสดของไทยในอนาคต โดยสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเอกสารแนบ
มาตรการตามคำสั่งของรัฐบาลฝรั่งเศส การระงับการนำเข้าและจำหน่ายสินค้าอาหารที่ตรวจพบสารตกค้างของสารกำจัดศัตรูพืชบางชนิดที่ห้ามใช้ในสหภาพยุโรป
รัฐบาลฝรั่งเศสได้ออกมาตรการตามคำสั่งของรัฐบาลฝรั่งเศส การระงับการนำเข้าและจำหน่ายสินค้าอาหารที่ตรวจพบสารตกค้างของสารกำจัดศัตรูพืชบางชนิดที่ห้ามใช้ในสหภาพยุโรป ซึ่งมีผลบังคับใช้ภายในประเทศฝรั่งเศส กำหนดให้ ระงับการนำเข้า และการวางจำหน่ายสินค้าอาหารจากประเทศนอกสหภาพยุโรป หากตรวจพบ สารตกค้างของสารกำจัดศัตรูพืชที่ถูกห้ามใช้ในสหภาพยุโรป ในระดับที่สามารถตรวจวัดได้
กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช จึงขอประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ส่งออกและโรงคัดบรรจุที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความระมัดระวังในการใช้สารกำจัดศัตรูพืชทั้ง 5 ชนิด ได้แก่ เบโนมิล (Benomyl) คาร์เบนดาซิม (Carbendazim) ไธโอฟาเนต-เมทิล (Thiophanate-methyl) กลูโฟซิเนต (Glufosinate) และแมนโคเซบ (Mancozeb) ในสินค้าเกษตรที่ส่งออกไปยังประเทศฝรั่งเศส และต้องปฏิบัติตามประกาศคำสั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารของไทยในอนาคต
สหภาพยุโรปปรับแก้กฎระเบียบด้านการเพิ่มการตรวจสอบควบคุมชั่วคราวและการปรับใช้มาตรการฉุกเฉินกับสินค้าที่นำเข้าจากประเทศที่สาม
กรมวิชาการเกษตรได้รับแจ้งจาก สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป เกี่ยวกับ คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกประกาศ Commission implementing regulation (EU) 2022/913 ว่าด้วย การปรับแก้ไข Commission Implementing regulation (EU) 2019/1793 ในการเพิ่มการตรวจสอบควบคุมชั่วคราว และการปรับใช้มาตรการฉุกเฉินกับสินค้าที่นำเข้าจากประเทศที่สาม ภายใต้ Regulation (EU) 2017/625 และ Regulation (EC) No 178/2002
คณะกรรมาธิการยุโรปแก้ไขมาตรการสุ่มตรวจเข้มผักจากไทยที่ส่งไปยังอียู
ตามกฎระเบียบ Regulation (EC) No 2019/1793 ว่าด้วยการเพิ่มการตรวจสอบควบคุมชั่วคราวและการปรับใช้มาตรการฉุกเฉินกับสินค้าอาหารและอาหารสัตว์นำเข้าจากประเทศที่สาม มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป โดยคณะกรรมาธิการยุโรปได้มีการปรับปรุงแก้ไขมาตรการตรวจสอบควบคุมชั่วคราวและการปรับใช้มาตรการฉุกเฉินกับสินค้าอาหารและอาหารสัตว์นำเข้าจากประเทศที่สามทุกๆ 6 เดือน
ร่างกฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการทำลายป่าของสหภาพยุโรป
ด้วยกรมวิชาการเกษตรได้รับแจ้งจากสำนักการเกษตรต่างประเทศ แจ้งเรื่อง ร่างกฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการทำลายป่าของสหภาพยุโรป โดยร่างกฎหมายฯ ที่คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอมีวัตถุประสงค์เพื่อการห้ามจำหน่ายสินค้าที่มีความเสี่ยงต่อการตัดไม้ทำลายป่าในตลาดสหภาพยุโรป (European Union: EU) โดยครอบคลุมสินค้าควบคุมที่มีความเสี่ยงสูงต่อการตัดไม้ทำลายป่า ๖ ประเภท ได้แก่ ถั่วเหลือง เนื้อวัว น้ำมันปาล์ม ไม้ โกโก้ และกาแฟ รวมทั้งผลิตภัณฑ์บางชนิดที่ผลิตจากสินค้า ๖ ประเภทข้างต้น โดยคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ในปี ๒๕๖๖ และกำหนดให้มีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน ๑-๒ ปี ภายหลังวันที่มีผลบังคับใช้
ฝรั่งเศสออกกฎห้ามใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งในผักผลไม้สดที่ไม่ได้ผ่านการแปรรูป (unprocessed) ตั้งแต่ปี 2565
ตามที่กรมวิชาการเกษตรได้รับแจ้งจากสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป แจ้งว่าฝรั่งเศสออกกฎห้ามใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยห้ามจำหน่ายผักและผลไม้ (ที่ไม่ได้ผ่านการแปรรูป) ที่ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกจำนวนรวม ๓๐ ชนิด ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๕ เป็นต้นไป อย่างไรก็ตามฝรั่งเศสจะให้เวลาผ่อนผัน ๖ เดือน หากเป็นสินค้าที่นำเข้ามาก่อนวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๕ และจะเริ่มบังคับใช้กับพืชชนิดอื่นๆ ตามกำหนดเวลา ตั้งแต่ปี ๒๕๖๖-๒๕๖๙ โดยจะให้เวลาผ่อนผัน ๔ เดือน จึงขอแจ้งข้อมูลให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบทางการค้าที่อาจเกิดขึ้น รายละเอียดตามเอกสารแนบ
