การประชุมระดับเทคนิคของคณะกรรมการร่วมด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (JTC-SPS) ไทย–จีน ครั้งที่ 9

กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร โดย นางสาวอุมาภรณ์ สุจริตทวีสุข ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบความปลอดภัยสินค้าพืช พร้อมด้วย นางสาวทรรศน์สรัล รัตนทัศนีย ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบตรวจรับรองมาตรฐานสินค้าพืช เข้าร่วมการประชุมระดับเทคนิคของคณะกรรมการร่วมด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (JTC-SPS) ไทย–จีน ครั้งที่ 9 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-8 เมษายน 2569 ณ กรุงเทพมหานคร โดยมีสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เป็นเจ้าภาพ การประชุมในครั้งนี้ถือเป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเทคนิคร่วมกับสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) นำโดย นายหยู เซี่ยนเทา รองอธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการวางรากฐานการบริหารจัดการสินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกทางการค้าอย่างเป็นรูปธรรม
        ในมิติของการแก้ไขปัญหาทางเทคนิค กรมวิชาการเกษตรได้นำเสนอมาตรการเชิงรุกในการกำกับดูแลคุณภาพสินค้าพืชส่งออก โดยเฉพาะกรณีการตรวจพบแคดเมียมและสาร (Basic Yellow 2) ในทุเรียนสด ซึ่งฝ่ายไทยได้ยืนยันความพร้อมในการยกระดับมาตรฐานการตรวจรับรองและการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมกันนี้ยังได้หารือแนวทางการบริหารจัดการสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ตกค้างในลำไยสด โดยฝ่ายไทยได้รายงานความก้าวหน้าการพัฒนาเทคโนโลยีทางเลือกเพื่อยืดอายุการเก็บรักษาและมาตรการควบคุมกระบวนการผลิตที่เข้มงวด เพื่อลดผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบและรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของผลไม้ไทยในตลาดโลก
        นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้นวัตกรรมดิจิทัลผ่านระบบ “Smart Customs” โดยใช้กับสินค้าทุเรียนเป็นพืชนำร่อง ในการตรวจปล่อยสินค้า ณ ด่านศุลกากร ตามคำเชิญชวนของฝ่ายจีน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายสินค้าและลดความเสียหายของผลผลิตทางการเกษตร ความร่วมมือในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแก้ไขปัญหาเชิงเทคนิคโดยตรงระหว่างหน่วยงานผู้ปฏิบัติ แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในระบบการรับรองมาตรฐานสินค้าพืชของกรมวิชาการเกษตร ส่งเสริมให้การเจรจาระดับนโยบายมีความคืบหน้า และขับเคลื่อนมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไทยสู่สาธารณรัฐประชาชนจีนให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืนบนพื้นฐานของมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล