เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 นางสาวธิดากุญ แสนอุดม ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช มอบหมายให้นายเกรียงไกร สุภโตษะ ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานคุณภาพสินค้าเกษตร เป็นผู้แทนของกรมวิชาการเกษตรเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ครั้งที่ 3/2569 โดยที่ประชุมได้พิจารณา ร่างประกาศคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การออกใบรับรองมาตรฐานบังคับสำหรับสินค้าเกษตร เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์และรายละเอียดเกี่ยวกับการออกใบรับรองให้มีความชัดเจนและเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยกำหนดรายละเอียดสำคัญของใบรับรอง รวมทั้งพิจารณามาตรฐานสินค้าเกษตรที่สำคัญ 4 เรื่อง ได้แก่ มาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง ผำ มาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง น้ำปลาร้า แนวทางปฏิบัติสำหรับการประเมินความปลอดภัยของอาหารที่ได้จากสัตว์ที่มีดีเอ็นเอสายผสม และการชันสูตรโรคไข้หวัดนก เพื่อเป็นแนวทางในการยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าเกษตรและอาหาร สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทย
นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า มาตรฐานสินค้าเกษตรทั้ง 4 เรื่อง ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้มีหลักเกณฑ์และแนวทางที่ชัดเจนสำหรับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
1. สำหรับมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง ผำ เป็นการกำหนดเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยด้านอาหารสำหรับผำ ซึ่งเป็นพืชน้ำขนาดเล็กที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมด้วยโปรตีน เบต้าแคโรทีน วิตามิน และเกลือแร่ จนได้รับความสนใจในระดับสากลในฐานะ “ซูเปอร์ฟู้ด” และเป็นอาหารทางเลือกที่สนับสนุนความมั่นคงทางอาหาร โดยมาตรฐานกำหนดคุณภาพและความปลอดภัยสำหรับผำที่ใช้บริโภค รวมถึงผำที่ผ่านกระบวนการก่อนการบริโภค เช่น การล้าง และการบรรจุ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย
2. มาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง น้ำปลาร้า กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับน้ำปลาร้าที่บรรจุในภาชนะบรรจุซึ่งป้องกันการปนเปื้อน เพื่อจำหน่ายโดยตรงต่อผู้บริโภค ผู้ปรุงหรือผู้จำหน่ายอาหาร โดยไม่รวมถึงน้ำปลาร้าที่ได้จากการแบ่งบรรจุ ทั้งนี้ น้ำปลาร้าเป็นผลิตภัณฑ์อาหารหมักที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยปัจจุบันมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค มาตรฐานฉบับนี้จึงมุ่งกำหนดเกณฑ์ด้านคุณภาพและความปลอดภัย เพื่อยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์น้ำปลาร้า สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ
3. แนวทางปฏิบัติสำหรับการประเมินความปลอดภัยของอาหารที่ได้จากสัตว์ที่มีดีเอ็นเอสายผสมจัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการประเมินความปลอดภัยและโภชนาการของอาหารที่ได้จากสัตว์ที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม โดยพิจารณาลักษณะสำคัญของสัตว์ที่มีดีเอ็นเอสายผสม ตำแหน่งและความคงตัวของยีนการเกิดโปรตีนใหม่หรือโปรตีนผสม ตลอดจนความเป็นพิษ ฤทธิ์ทางชีวภาพ และศักยภาพในการก่อภูมิแพ้ รวมถึงความเสี่ยงอื่นที่อาจเกิดจากการดัดแปลงพันธุกรรม โดยอาศัยหลักการประเมินความเสี่ยงตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค
4. มาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การชันสูตรโรคไข้หวัดนก ปรับปรุงให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ขององค์การสุขภาพสัตว์โลก (WOAH) และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการตรวจวินิจฉัยและชันสูตรโรคไข้หวัดนกอย่างเป็นมาตรฐาน ครอบคลุมตั้งแต่การเก็บและรักษาตัวอย่างเพื่อการชันสูตร การชันสูตรทางห้องปฏิบัติการ การตรวจหาและจำแนกเชื้อ รวมถึงการตรวจการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน โดยกำหนดวิธีการตรวจที่เหมาะสม เช่น การตรวจด้วยวิธี RT-PCR การเพาะแยกเชื้อ การตรวจสารพันธุกรรม และการตรวจแอนติบอดี เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันโรคไข้หวัดนกของประเทศ รวมทั้งรองรับการประกาศเขตปลอดโรคและการค้าระหว่างประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลนอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบหลักการจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตรใหม่ จำนวน 5 เรื่อง ได้แก่
1) เสาวรส เพื่อกำหนดเกณฑ์คุณภาพและความปลอดภัย เพิ่มโอกาสทางการค้าและการยอมรับในระดับสากล
2) การปฏิบัติที่ดีสำหรับการผสมเทียมโคและกระบือ เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพิ่มประสิทธิภาพการผสมเทียมและการควบคุมโรค
3) การผลิตกุ้งทะเลแบบลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อส่งเสริมการผลิตที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกุ้งทะเลไทย
4) อภิธานศัพท์ข้อกำหนดสุขภาพสัตว์น้ำ เพื่อให้มีการใช้คำศัพท์และคำจำกัดความด้านสุขภาพสัตว์น้ำอย่างถูกต้อง เป็นมาตรฐานเดียวกันและสอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล และ
5) ไม้ล้อม: พืชกลุ่มปาล์ม เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ด้านคุณภาพ ส่งเสริมการผลิตและการค้า และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของสินค้าไม้ประดับกลุ่มปาล์ม พร้อมกันนี้ ที่ประชุมเห็นชอบการ ทบทวนมาตรฐานเดิม 2 เรื่อง ได้แก่ GAP พืชสมุนไพร และแนวปฏิบัติสำหรับมาตรฐาน GAP ให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานในปัจจุบัน
นางสาวปิยะรัฐชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัย สร้างมูลค่าเพิ่มและความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ พร้อมผลักดันให้เกษตรกรและผู้ประกอบการนำมาตรฐานไปใช้ในการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม เพิ่มโอกาสทางการตลาดและขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในระยะยาว

