ระดมความคิดเห็นจากภาครัฐ ผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุผักผลไม้ ผู้ส่งออก ห้องปฏิบัติการทดสอบ และเกษตรกร 135 ราย มุ่งยกระดับระบบควบคุม กำกับการส่งออกให้ทันสมัย คล่องตัว และสอดคล้องกับสถานการณ์การค้า
วันที่ 17 กันยายน 2569 กรมวิชาการเกษตรโดยกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืชจัดประชุมประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการพัฒนากฎระเบียบในการควบคุม กำกับ การส่งออกพืชควบคุมเฉพาะ และการส่งออกพืชภายใต้มาตรการควบคุมพิเศษ EL ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพมหานคร และผ่านระบบ Zoom Meeting โดยมีนางสาวธิดากุญ แสนอุดม ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช เป็นประธานการประชุม เพื่อเปิดเวทีให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมสะท้อนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการปฏิบัติงานจริง อันจะนำไปสู่การปรับปรุงกฎระเบียบให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และสนับสนุนการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยอย่างมีประสิทธิภาพ
การประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานวิจัยภายใต้แผนงานวิจัยและพัฒนาระบบควบคุม กำกับ การตรวจสอบรับรองคุณภาพและความปลอดภัยสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออก โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการวิจัยและพัฒนากฎระเบียบการส่งออกพืชควบคุมเฉพาะ และ โครงการวิจัยและพัฒนากฎระเบียบในการควบคุม กำกับ การส่งออกพืชภายใต้มาตรการควบคุมพิเศษ EL ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2568–2569
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับการพัฒนากฎระเบียบในการควบคุม กำกับ การส่งออกพืชของกรมวิชาการเกษตร ให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์และบริบททางการค้าในปัจจุบัน ลดข้อจำกัดและอุปสรรคในการดำเนินงาน ตลอดจนเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันยังคงประสิทธิภาพในการควบคุม กำกับ และดูแลคุณภาพและมาตรฐานสินค้าพืชเพื่อการส่งออก
นางสาวธิดากุญ แสนอุดม ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กล่าวว่า การศึกษาวิจัยเป็นเครื่องมือสำคัญในการตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาการส่งออกพืชควบคุมเฉพาะและพืชภายใต้มาตรการควบคุมพิเศษ EL ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความสำคัญต่อภาคการเกษตรและเศรษฐกิจการค้าของประเทศ การพัฒนากฎระเบียบให้มีความเหมาะสม ทันสมัย และสอดคล้องกับสถานการณ์ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ประเทศคู่ค้า ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรของไทย พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ ผู้ส่งออก และเกษตรกรให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ การดำเนินงานสอดคล้องกับแนวนโยบายของนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ที่ให้ความสำคัญกับแนวคิด “ตลาดนำการผลิต” และ “ตลาดนำการวิจัย” เพื่อให้การวิจัยสามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาด นำองค์ความรู้ไปใช้แก้ไขปัญหาในภาคการเกษตร และสนับสนุนการพัฒนาสินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัย มีมูลค่าสูง และมีศักยภาพในการแข่งขันอย่างยั่งยืน
สำหรับการประชุมครั้งนี้ นายเกรียงไกร สุภโตษะ ผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานคุณภาพสินค้าเกษตร เป็นผู้ดำเนินการประชุมรับฟังความคิดเห็น และนางสาวรุ่งทิวา รอดจันทร์ หัวหน้าโครงการวิจัย เป็นผู้นำเสนอผลการศึกษาวิจัย โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร สำนักนิติการ กองวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 1–6 และกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช รวม 53 ราย ตลอดจนผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุผักผลไม้ ผู้ส่งออก ห้องปฏิบัติการทดสอบ และเกษตรกร จาก 50 บริษัท รวม 62 ราย และผู้เข้าร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์อีก 20 ราย รวมผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 135 ราย
นายชัยศักดิ์ รินเกลื่อน ผู้อำนวยการกองควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กล่าวว่า ปัญหาด้านข้อกำหนดและกฎระเบียบที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันอาจเป็นข้อจำกัดต่อการดำเนินธุรกิจและการส่งออก ดังนั้น การศึกษาวิจัยครั้งนี้จึงมีความสำคัญ เนื่องจากเป็นการรวบรวมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และความต้องการจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง ซึ่งจะช่วยให้กรมวิชาการเกษตรมีข้อมูลประกอบการพิจารณาพัฒนาระบบการควบคุมและกำกับการส่งออกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การประชุมประชาพิจารณ์ครั้งนี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยง “งานวิจัย – ผู้ปฏิบัติ – ผู้ประกอบการ – นโยบาย” โดยกรมวิชาการเกษตรจะนำความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไปประกอบการปรับปรุง (ร่าง) ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายให้มีความครบถ้วน รอบด้าน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบการควบคุม กำกับการส่งออกพืชของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ อำนวยความสะดวกทางการค้า และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดต่างประเทศอย่างยั่งยืน

