สายด่วน 1174 |    0-2579-5248 |    saraban@doa.go.th
ปรับขนาดตัวอักษร:
  1. Home
  2. »
  3. ข่าวพระราชกรณียกิจ
  4. »
  5. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุด…

รัฐมนตรีเกษตรฯ กางยุทธศาสตร์เชิงรุก! ดึง 3ประสาน “รัฐ-เอกชน-เกษตรกร” กู้วิกฤตโรคใบด่าง พลิกโฉมอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยทั้งระบบ ลุยแปลงนำร่องสิ้นเดือนนี้

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายแก้ปัญหาอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยอย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการความร่วมมือกับ 4 สมาคมมันสำปะหลังไทย และสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย พร้อม สภาเกษตรกร ประกาศใช้ 8 มาตรการเร่งด่วน ยกระดับศักยภาพการผลิตและสกัดกั้นการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบเบ็ดเสร็จ ด้านภาคเอกชนและตัวแทนเกษตรกรขานรับทิศทางการทำงานที่รวดเร็วและตรงจุด พร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มกำลัง

การประชุมหารือเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์เร่งด่วนในครั้งนี้ สะท้อนถึงกระบวนการทำงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นการลงพื้นที่และรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ปฏิบัติงานจริง โดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้คณะทำงานระดับสูง ประกอบด้วย นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และ นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ผู้แทนกรมส่งเสริมการเกษตร ผู้แทน สวก. เร่งรัดการแก้ไขปัญหาและผลักดันการทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิดทั้งระบบ

การหารือร่วมกับผู้แทนจาก 4 สมาคมหลัก นำโดย นายกสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย, สมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย, สมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย ตลอดจนประธานสภาเกษตรกรจังหวัดนครราชสีมา และสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย เป็นไปในทิศทางที่สร้างสรรค์และเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยทุกภาคส่วนต่างแสดงความมั่นใจในกระบวนการทำงานของกระทรวงเกษตรฯ ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่สะสมมานานอย่างเป็นระบบ ทั้งในมิติของการปรับปรุงนโยบายและการปฏิบัติการจริงในระดับพื้นที่

ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบข้อเสนอเร่งด่วน 8 ประเด็น เพื่อกำหนดเป็นกรอบการทำงานในการรับมือวิกฤตโรคใบด่างมันสำปะหลังและภาวะขาดแคลนท่อนพันธุ์ โดยได้ยกระดับสู่ “แผนปฏิบัติการเชิงบูรณาการ 3 มิติ” ดังนี้

  1. มิติการยกระดับการผลิตด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี (กรอบวงเงิน 9,000 – 10,000 ล้านบาท) กระทรวงเกษตรฯ เตรียมยกร่าง “โครงการพลิกโฉมการผลิตมันสำปะหลังไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่ผลผลิตสูงอย่างยั่งยืน” เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการปฏิรูปโครงสร้างต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) อาทิ ระบบประทานน้ำหยดพลังงานสะอาดจากโซลาร์เซลล์ การใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ควบคู่กับเทคโนโลยี AI และภาพถ่ายดาวเทียมในการวิเคราะห์พื้นที่ ตลอดจนการผลักดันระบบเกษตรคาร์บอนต่ำเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากคาร์บอนเครดิต
  2. มิติการสร้างความมั่นคงด้านท่อนพันธุ์ (เป้าหมาย 1,600 ล้านลำต่อปี) เดินหน้ายกร่าง “โครงการฟื้นฟูและยกระดับการผลิตมันสำปะหลังไทยด้วยพันธุ์ต้านทานและพันธุ์ทนทานที่มีคุณภาพ” โดยตั้งเป้าหมายเร่งด่วนในการผลิตและกระจายสายพันธุ์ที่ต้านทานโรคใบด่างให้ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกทั่วประเทศ ไม่น้อยกว่า 1,600 ล้านลำต่อปี เพื่ออุดช่องโหว่ปัญหาขาดแคลนท่อนพันธุ์ และสร้างความเสถียรภาพด้านวัตถุดิบป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรม
  3. มิติการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม (จัดตั้งคณะทำงาน 3 ฝ่าย) เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มความรวดเร็วในการแก้ปัญหา ที่ประชุมมีมติให้จัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง รัฐ-เอกชน-เกษตรกร เพื่อทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์ (War Room) อย่างใกล้ชิด โดยกำหนดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการนัดแรกในช่วงปลายเดือนนี้ พร้อมเตรียมลงพื้นที่คัดเลือก “แปลงต้นแบบนำร่อง” สำหรับมันสำปะหลังคาร์บอนต่ำและพันธุ์ทนทานโรคใบด่าง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้

นอกจากนี้ เพื่อเป็นการปกป้องระบบนิเวศการเกษตรของประเทศ ที่ประชุมได้ออกมาตรการคุมเข้มเชิงป้องกัน โดยมีมติเด็ดขาดไม่อนุญาตให้นำเข้าท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสายพันธุ์ต่างประเทศเพื่อการค้า เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากศัตรูพืชและโรคพืชอุบัติใหม่ โดยจะอนุญาตเฉพาะการนำเข้าเพื่อการศึกษาวิจัย ภายใต้การกำกับดูแลและตรวจสอบด้านสุขอนามัยพืชของกรมวิชาการเกษตรอย่างเข้มงวดสูงสุดเท่านั้น

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ย้ำชัดว่า กลไกการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันเกษตรกรในครั้งนี้ จะเป็นต้นแบบสำคัญในการปฏิรูปการทำงานของภาคเกษตรไทย ที่มุ่งเน้นความรวดเร็ว แม่นยำ และตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่อย่างแท้จริง เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในตลาดโลก

Related
แชท