เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และนางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เดินทางไปยัง สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช เพื่อมอบนโยบายการดำเนินงาน และรับฟังรายงานผลการปฏิบัติงานด้านอารักขาพืชจากผู้บริหารและบุคลากรของสำนักฯ
ในการนี้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรได้เน้นย้ำว่า งานด้านอารักขาพืชเป็นภารกิจหลักที่กรมวิชาการเกษตรดูแลรับผิดชอบโดยตรง ครอบคลุมตั้งแต่การเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมศัตรูพืช การดำเนินงานด้านการนำเข้า–ส่งออกพืชและผลิตภัณฑ์พืช การตรวจสอบและรับรองสุขอนามัยพืชให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ตลอดจนการสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการเพื่อใช้ในการเจรจาระหว่างประเทศและการแก้ไขอุปสรรคทางการค้า
อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวว่า แนวทางการทำงานด้านอารักขาพืชในปัจจุบันจำเป็นต้องทำงานเชิงรุกก่อนเกิดปัญหา โดยใช้ข้อมูลเชิงคาดการณ์และองค์ความรู้ทางวิชาการ เช่น การเฝ้าระวังการระบาดของหนอนหัวดำมะพร้าว และ โรคใบร่วงในยางพารา ที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกร เพื่อให้สามารถเตรียมการป้องกันและลดความเสียหายได้อย่างทันท่วงที
ในส่วนของการแก้ไขปัญหาโรคใบร่วงยางพารา อธิบดีระบุว่า กรมวิชาการเกษตรอยู่ระหว่างการทดสอบ ชีวภัณฑ์ DOA 24 ในแปลงทดลอง ทั้งในระดับกิ่งตาข้างและต้นยางพาราโตเต็มวัย หากผลการทดสอบมีประสิทธิภาพและได้ข้อสรุปที่ชัดเจน จะสามารถจัดทำคำแนะนำทางวิชาการเพื่อถ่ายทอดสู่เกษตรกรได้ พร้อมทั้งควรเร่งหา พันธมิตร (Partner) มาร่วมดำเนินการต่อยอดทันที โดยเฉพาะการทดสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กองการยาง รวมถึงการทำงานร่วมกับภาคเอกชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดผลอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ อธิบดียังกล่าวถึงการใช้ ชีวภัณฑ์ในการแก้ไขปัญหาโรคลำต้นเน่าในปาล์มน้ำมัน ซึ่งปัจจุบันมีบริษัท สหกรณ์ และเครือข่ายเกษตรกรกว่า 400 ราย นำเทคโนโลยีไปใช้ในพื้นที่จริง พร้อมทั้งเสนอให้ใช้ “ขนอมโมเดล” เป็นต้นแบบในการถ่ายทอดเทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร เพื่อขยายผลการใช้ชีวภัณฑ์และนวัตกรรมด้านอารักขาพืชไปยังพื้นที่อื่นอย่างเป็นระบบ
อธิบดีกรมวิชาการเกษตรยังกล่าวถึงบทบาทของ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้นำโลกให้ความสนใจและมีการกล่าวถึงอย่างกว้างขวางในเวทีระดับนานาชาติ เช่น World Economic Forum โดยเห็นว่างานด้านอารักขาพืชควรนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการประมวลผลงานวิจัยและข้อมูลภาคสนาม และพัฒนาเป็น ระบบให้ข้อมูลและคำปรึกษาในรูปแบบ Chatbot ด้านอารักขาพืช เพื่อสื่อสารกับเครือข่ายเกษตรกรและเจ้าหน้าที่อย่างทั่วถึง ทันสถานการณ์ และช่วย “ใบ้ทาง” ในการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาศัตรูพืชในพื้นที่
สำหรับการจัดการ ผักตบชวา อธิบดีระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการอยู่ระหว่างการพัฒนาและผลิตเชื้อราสำหรับควบคุมผักตบชวา แม้ยังไม่แพร่หลายในเชิงพาณิชย์ แต่ได้ผ่านการทดสอบในหลายด้านแล้ว โดยผลการทดสอบยืนยันถึงความปลอดภัยและไม่ส่งผลกระทบต่อพืชข้างเคียง ซึ่งกรมวิชาการเกษตรจะติดตามและประเมินผลอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการนำไปใช้ในวงกว้างต่อไป
โอกาสนี้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรยังได้รับฟังข้อเสนอ ปัญหา และอุปสรรคจากผู้บริหารและบุคลากรของสำนักฯ เพื่อนำไปประกอบการกำหนดทิศทางการพัฒนางานอารักขาพืชของประเทศ ให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคการเกษตรและกติกาการค้าโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน















Users Today :
Views Today :
Who's Online : 