สายด่วน 1174 |    0-2579-5248 |    saraban@doa.go.th
  1. Home
  2. »
  3. หนังสือและเอกสารเผยแพร่
  4. »
  5. การจัดการดิน ปุ๋ย และน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผ…

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรหารือ อย. เกาหลี ย้ำมาตรฐานความปลอดภัยลดอุปสรรคทางการค้า สร้างความเชื่อมั่นสินค้าเกษตรไทย

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับ นายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล นำคณะผู้แทนกรมวิชาการเกษตรเข้าหารือกับ Ms. Gui-Im Moon รักษาการอธิบดีกรมแผนงานมาตรฐานอาหาร กระทรวงความปลอดภัยอาหารและยา สาธารณรัฐเกาหลี (Ministry of Food and Drug Safety: MFDS) ณ สาธารณรัฐเกาหลี เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอาหาร โดยเฉพาะประเด็นการควบคุมและกำกับดูแลสารเคมีตกค้างในสินค้าเกษตรของไทย อาทิ มะม่วงและทุเรียน ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศไทย

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรได้เน้นย้ำต่อ MFDS ว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดต่อการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพและความปลอดภัย เป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศคู่ค้าและมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค

ทั้งนี้ เมื่อกรมวิชาการเกษตรได้รับทราบข้อมูลการตรวจพบสารเคมีตกค้างในสินค้าเกษตรของไทย แม้จะพบในปริมาณน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศผู้ผลิตอื่น และอยู่ภายใต้ระบบการควบคุมที่เข้มงวด กรมวิชาการเกษตรก็ไม่นิ่งนอนใจ โดยได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่แปลงปลูกจนถึงโรงคัดบรรจุ พร้อมแจ้งผู้ส่งออกและเกษตรกรให้งดใช้สารเคมีที่สาธารณรัฐเกาหลีไม่อนุญาตให้ใช้

และกำชับให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของประเทศผู้นำเข้าอย่างเคร่งครัดตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่แปลงปลูกไปจนถึงโรงคัดบรรจุ

อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมวิชาการเกษตรเห็นว่า การกำจัดศัตรูพืชบางชนิดในระยะสั้น อาจมีความจำเป็นต้องใช้สารเคมีควบคู่กับการจัดการเกษตรที่ดี (GAP) และวิธีการใช้สารเคมีที่ถูกต้องเหมาะสม โดยเฉพาะกรณีสาร Buprofezin ซึ่งสาธารณรัฐเกาหลียังไม่ได้กำหนดค่าปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด (Maximum Residue Limit: MRLs) สำหรับสินค้ามะม่วงและทุเรียน

กรมวิชาการเกษตรจึงได้จัดทำรายการสารเคมีที่ประเทศไทยกำหนดค่า MRLs รองรับ และสามารถใช้เป็นสารทดแทนสาร Buprofezin เพื่อกำจัดเพลี้ยจักจั่นมะม่วง จำนวน 5 รายการ ได้แก่ Dinotefuran, Imidacloprid, Thiamethoxam, Pymetrozine และ Acetamiprid ซึ่งเป็นสารที่สาธารณรัฐเกาหลีได้กำหนดค่า MRLs สำหรับมะม่วงไว้แล้ว โดยกรมวิชาการเกษตรจะเร่งแจ้งแนวทางปฏิบัติให้เกษตรกรและผู้ประกอบการทราบ เพื่อรักษามาตรฐานการส่งออก และสร้างความเชื่อมั่นสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

อนึ่ง สาธารณรัฐเกาหลีได้กำหนดค่าปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด (MRLs) ภายใต้ระบบ Positive List System (PLS) กล่าวคือ หากสารเคมีการเกษตรใดไม่ได้มีการกำหนดค่า MRLs เอาไว้ จะต้องมีปริมาณสารตกค้างไม่เกินค่า default limit ที่ระดับ 0.01 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม (mg/kg)

ทั้งนี้ ภายใต้ระบบ PLS กำหนดให้สินค้ามะม่วงและทุเรียนต้องมีค่าปริมาณสารตกค้างไม่เกินค่า default limit ที่ระดับดังกล่าว โดยกรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลทางวิชาการ

เพื่อประกอบการยื่นคำขอกำหนดค่าจำกัดที่ยอมรับได้สำหรับการนำเข้า (Import Tolerance: IT) สำหรับสินค้ามะม่วงและทุเรียน ต่อ MFDS ซึ่งฝ่ายสาธารณรัฐเกาหลีได้ให้ความร่วมมือและยอมรับให้ประเทศไทยยื่นคำขอดังกล่าว เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในขั้นตอนต่อไป

ด้านนายธานี แสงรัตน์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล กล่าวขอบคุณความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย พร้อมระบุว่า การหารือเชิงรุกของประเทศไทยในประเด็นสารตกค้างสินค้าเกษตร จะช่วยสร้างความเข้าใจร่วมกัน และเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาความร่วมมือด้านความปลอดภัยอาหารและสินค้าเกษตรระหว่างไทยและสาธารณรัฐเกาหลีให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป

ในโอกาสนี้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรยังได้เชิญฝ่ายสาธารณรัฐเกาหลีเข้าร่วมงาน “มหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี” เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านพืชสวน เทคโนโลยีการผลิต และสร้างความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้

Related
แชท