สายด่วน 1174 |    0-2579-5248 |    saraban@doa.go.th
  1. Home
  2. »
  3. หนังสือและเอกสารเผยแพร่
  4. »
  5. การจัดการดิน ปุ๋ย และน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผ…

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานในการประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) ปีงบประมาณ 2568 และ 2569

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานในการประชุมติดตามความก้าวหน้าโครงการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) ปีงบประมาณ 2568 และ 2569 ซึ่งประกอบด้วยทุนงบประมาณวิจัยเพื่อสนับสนุนงานเชิงกลยุทธ์ (Strategic Fund : SF) ทุนงบประมาณโครงการวิจัยภายใต้กรอบการดำเนินงานด้านการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ (Research Utilization : RU) และทุนสนับสนุนงบประมาณโครงการวิจัยภายใต้ประเด็นวิจัยเทคโนโลยีพร้อมใช้ (Appropriate Technology) ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย นางศศิญา ปานตั้น รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ผู้อำนวยการสำนักผู้เชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการกองแผนงานและวิชาการ ผู้อำนายการสำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ ผู้อำนวยสถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน ผู้อำนวยการกองวิจัยพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืช และหัวหน้าโครงการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สวก. ณ ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานอธิบดีกรมวิชาการเกษตร และผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting)

ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าโครงการวิจัยที่สำคัญเช่น โครงการค้นหายีนที่เกี่ยวข้องกับลักษณะสำคัญในพืชเศรษฐกิจ โครงการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์พืชใหม่ด้วยเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม Genome Editing (GEd) หรือการปรับแต่งจีโนม ถือเป็นก้าวกระโดดจากการปรับปรุงพันธุ์แบบดั้งเดิม เพราะมีความแม่นยำสูงและใช้ระยะเวลาน้อยลง ช่วยตอบโจทย์นโยบายโดยเฉพาะการยกระดับภาคเกษตรกรรมไทยให้รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและวิกฤตความมั่นคงทางอาหาร พืชสำคัญที่กำลังดำเนินการ เช่น ถั่วเหลือง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง เป็นต้น นอกจากนี้ยังติดตามผลการดำเนินงานโครงการผลิตพืชสมุนไพรเพื่อปรับปรุงคุณภาพและมาตรฐาน GACP ตามแผนแม่บทแห่งชาติ ว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 – 2570 เพื่อยกระดับสมุนไพรไทยให้เป็น Herb Champion ตอบนโยบาย “เกษตรมูลค่าสูง” โครงการลดการเผาอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานการผลิตพืชในพื้นที่ภาคเหนือ โดยการสนับสนุนต้นพันธุ์พืชเพื่อปรับเปลี่ยนให้เกษตรกรปลูกพืชที่มีมูลค่าสูง ได้แก่ กาแฟอะราบิกา กาแฟโรบัสต้า และไม้ผลเศรษฐกิจที่เหมาะสมในพื้นที่ รวมจำนวน 263,000 ต้น การเพิ่มมูลค่าเศษวัสดุเหลือใช้ด้วยไบโอชาร์ในพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย น่าน และแพร่ และการอบรมเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องเพื่อการปรับเปลี่ยนการปลูกพืชเพื่อลดการเผาอย่างยั่งยืน การเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้จากต้นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ด้วยไบโอชาร์ และการรับรองมาตรฐานการผลิตพืชแบบปลอดการเผา (GAP Zero Burning) รวมจำนวน 2,500 ราย เป็นการลดปัญหาการเผาภาคเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินงานที่รองรับข้อกำหนดของระเบียบว่าด้วยการไม่ตัดไม้ทำลายป่าแห่งสหภาพยุโรป (EUDR) ได้แก่ โครงการเสริมสร้างศักยภาพและการเตรียมความพร้อมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุปทานปาล์มน้ำมันเพื่อการสร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบ EUDR ในกลุ่มเกษตรกรรายย่อยรวม 1,000 ราย ดำเนินการในพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันที่สำคัญ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกระบี่ ชุมพร พังงา ระนอง และสุราษฎร์ธานี นอกจากนี้ยังจัดได้ทำเส้นทางผลิตภัณฑ์ (Product Supply Route) ปาล์มน้ำมันส่งออกไปยัง EU และศึกษาระบบที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ Geo-location และ Traceability เพื่อเป็นต้นแบบและข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อรองรับกฎระเบียบ EUDR ในพืชอื่นต่อไป ซึ่งผลงานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรทั้งหมดจะถูกถ่ายทอด ขยายผลนำไปสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่ของเกษตรกรและเชื่อมโยงตลอดห่วงโซ่ (Value Chain) เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

Related
แชท