สายด่วน 1174 |    0-2579-5248 |    saraban@doa.go.th
  1. Home
  2. »
  3. ประชาสัมพันธ์
  4. »
  5. กรมวิชาการเกษตร ปลื้ม ป.ป.ช.ประกาศผลประเมินคุณธรรม…

กรมวิชาการเกษตรเดินหน้าขับเคลื่อนเทคโนโลยีปรับแต่งจีโนมปรับปรุงพันธุ์พืชหนุนเพิ่มผลผลิต – รับมือโลกเดือด เตรียมเสนอ รมว.เกษตรฯ ผลักดันเชิงนโยบาย

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัยทางชีวภาพด้านการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมสำนักงานอธิบดีกรมวิชาการเกษตร และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting) เพื่อเตรียมรับแนวนโยบายรัฐบาลขับเคลื่อนภาคเกษตรแม่นยำด้วย AI และเทคโนโลยีชีวภาพ แก้ปัญหาวิกฤตโลกเดือด และศัตรูพืชอุบัติใหม่

การประชุมครั้งนี้มีการติดตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ การปรับปรุงพันธุ์พืชด้วยเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม (Genome Editing (GEd)) ที่มีประสิทธิภาพ แม่นยำ และปลอดภัยสูง ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ได้รับการยอมรับในระดับสากลจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) องค์การสหภาพยุโรป (EU) องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) โดยล่าสุดสหภาพยุโรปได้ออกกฎหมายว่าด้วยเทคนิคจีโนมใหม่ (NGTs) บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ในการปรับปรุงพันธุ์พืช และจีนได้ปรับเปลี่ยนกฎหมาย นโยบายเร่งผลักดันการวิจัย GEd เพื่อใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์ เช่นเดียวกับอังกฤษ ได้ตรากฎหมาย Genetic Technology (Precision Breeding) Act จำแนกสิ่งมีชีวิตที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์แบบแม่นยำ (Precision Bred Organisms: PBOs) ออกจาก GMOs

กรมวิชาการเกษตร กองวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ ขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม ตามนโยบายภาครัฐด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร รองรับวิกฤตความมั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้านการกำกับดูแล ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การรับรองสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมเพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร พ.ศ. 2567 และประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การรับรองพืชที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม มีแนวทางการพิจารณาสอดคล้องตามแนวทางสากล และไม่ขัดกับกรอบกฎหมายใหม่ของสหภาพยุโรป ด้านการวิจัยพัฒนา เร่งพัฒนาพันธุ์พืชด้วยเทคโนโลยี GEd นำร่องพัฒนาพืชเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ มันสำปะหลังต้านทานโรคใบด่าง ถั่วเหลืองทนแล้ง และโปรตีนสูง ข้าวโพดทนแล้ง พริกต้านทานโรค และมันฝรั่งทนร้อน เป็นต้น พร้อมสร้างการรับรู้ผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง ผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งการประชุมสัมมนา และสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ตลอดจนสร้างความร่วมมือเครือข่ายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ความร่วมมืออาเซียน และเอเปค เป็นต้น

ทั้งนี้แนวทางการพิจารณาสิ่งมีชีวิตที่พัฒนาจากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมของประเทศไทย อ้างอิงหลักการสากลที่เป็นวิทยาศาสตร์ โดยการจำแนกเทคโนโลยีตามรูปแบบการเปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรม ที่ไม่ข้ามขอบเขตการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยทางชีวภาพ

ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาโครงการวิจัย เพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณ จากแหล่งทุนสำคัญ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) เพื่อให้มีมาตรฐานการวิจัยและความปลอดภัยทางชีวภาพ จำนวน 11 การทดลองทั้งการพัฒนาพันธุ์พืชเศรษฐกิจ อาทิ มันสำปะหลัง และถั่วเหลือง และจุลินทรีย์ผลิตสารกระตุ้นชีวภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระดับอุตสาหกรรม

สำหรับกลยุทธ์การขับเคลื่อนเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมแบบมุ่งเป้า รองรับนโยบายเกษตรแม่นยำด้วย AI และเทคโนโลยีชีวภาพ มีแผนผลักดันภาครัฐสนับสนุนเร่งพัฒนาพันธุ์พืชเศรษฐกิจ อาทิ ข้าว ข้าวโพด ถั่วเหลือง มันสำปะหลัง มันฝรั่ง ลักษณะทนแล้ง ทนร้อน ต้านทานศัตรูพืช ทดแทนปุ๋ย และลดการนำเข้าสารเคมี พืชพลังงานทดแทน เป็นต้น โดยเร่งพัฒนาห้องปฏิบัติการ พัฒนาบุคลากรวิจัย เชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างประเทศ พร้อมสร้างการรับรู้ และการกำกับดูแล

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า เทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนมเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ เป็นเกษตรแม่นยำด้วย AI และเทคโนโลยีชีวภาพ ช่วยเพิ่มผลผลิต การพัฒนาพันธุ์พืชให้ทนทานต่อสภาพภูมิอากาศ โรคอุบัติใหม่ และแมลงศัตรูพืช ตลอดจนการสร้างความมั่นคงทางอาหาร และความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตรมีแผนเสนอกรอบการวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม เพื่อปรับปรุงพันธุ์พืชเศรษฐกิจและจุลินทรีย์ ต่อ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อผลักดันเป็นนโยบายสำคัญของประเทศในระยะต่อไป

Related
แชท