สายด่วน 1174 |    0-2579-5248 |    saraban@doa.go.th
ปรับขนาดตัวอักษร:
  1. Home
  2. »
  3. ข่าวผู้บริหาร
  4. »
  5. ประชุมคณะกรรมการความปลอดภัยทางชีวภาพด้านการเกษตร ก…

เกษตรฯ โชว์ผลงาน 99 วัน เดินหน้า “เกษตรนวัตกรรม” สร้างความยั่งยืนให้เกษตรกร

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายวัชระพล ขาวขำ และนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ แถลงสรุปผลการดำเนินงาน 99 วัน ภายใต้แนวคิด “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” โดยมีนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และคณะผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วม ณ ห้อง 115 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยระบุว่า ขณะนี้ภาคเกษตรไทยกำลังเผชิญปัญหาใหญ่พร้อมกันหลายด้าน ทั้งอากาศแปรปรวนจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้บางพื้นที่แล้งสวนทางกับบางพื้นที่น้ำท่วม ราคาพืชผลตกต่ำโดยเฉพาะข้าวที่ต้นทุนปลูกกลับสูงขึ้น สินค้าเกษตรเถื่อนลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศจนกระทบราคาสินค้าไทย และกติกาการค้าโลกที่เข้มงวดขึ้นทุกปี เช่น มาตรการ CBAM และ EUDR ของสหภาพยุโรป กระทรวงจึงเร่งขับเคลื่อนงานใน 5 เรื่องหลัก

เรื่องแรก คือ การยกระดับข้าวไทย ด้วยการแจกพันธุ์ข้าวใหม่ กข113 และ กข119 ที่ให้ผลผลิตสูงและเก็บเกี่ยวได้ไว พร้อมส่งเสริมวิธีปลูกแบบเปียกสลับแห้งที่ใช้น้ำน้อยลงและลดต้นทุน ปัจจุบันนำร่องแล้วใน 25 จังหวัด รวมพื้นที่ 100,000 ไร่ ช่วยลดต้นทุนได้ถึง 24% และเพิ่มผลผลิตได้ 10% ตั้งเป้าขยายพื้นที่เป็น 500,000 ไร่ ภายในปี 2570

เรื่องที่สอง คือ การบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยให้กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน และกรมฝนหลวงและการบินเกษตรทำงานร่วมกัน เปิดหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 12 หน่วยทั่วประเทศ ดูแลพื้นที่เกษตรครอบคลุม 59 จังหวัด ช่วยพื้นที่เกษตรได้กว่า 2.5 ล้านไร่ เพิ่มพื้นที่ชลประทานอีก 220,000 ไร่ และมีเกษตรกรได้รับประโยชน์โดยตรงกว่า 124,000 ครัวเรือน ส่วนกรณีน้ำท่วมหาดใหญ่ นายกรัฐมนตรีได้สั่งเร่งซ่อมคลอง ร.1 ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน

เรื่องที่สาม คือ การทำให้ตลาดนำการผลิต ด้านการปราบปรามสินค้าเถื่อน ได้ตั้งหน่วยงานพิเศษร่วมกับศุลกากรและตำรวจ ดำเนินคดีไปแล้ว 146 คดี ยึดของกลาง เช่น เนื้อสัตว์แช่แข็งลักลอบนำเข้ากว่า 26 ตัน มูลค่ารวมกว่า 11 ล้านบาท ขณะที่ด้านการส่งออกก็ทำได้ดี โดยทุเรียนสดในครึ่งปีแรกของปี 2569 ทำเงินแล้วกว่า 100,000 ล้านบาท และคาดว่าทั้งปีจะแตะ 150,000 ล้านบาท พร้อมเปิดตลาดผลไม้ใหม่หลายประเทศ เช่น ส้มโอไปนิวซีแลนด์ อินทผลัมไปเวียดนาม มังคุดไปไต้หวัน และผลไม้ไทยไปญี่ปุ่นกับจีน นอกจากนี้ เมื่อมาเลเซียสั่งระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ รัฐมนตรีได้บินไปเจรจาด้วยตนเอง ตั้งเป้าคลี่คลายภายใน 30 วัน ส่วนปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง ก็เตรียมแจกท่อนพันธุ์ต้านทานโรคราว 5 ล้านลำ ในปี 2569

เรื่องที่สี่ คือ การลดขั้นตอนที่ยุ่งยากเพื่อให้เกษตรกรทำงานง่ายขึ้น โดยแก้ไขกฎระเบียบที่ล้าสมัยไปแล้ว 9 ฉบับ และลดเวลาขออนุญาตบางประเภทจากเดิม 14 วัน เหลือเพียง 1 วัน พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีวางแผนใส่ปุ๋ยและรดน้ำให้เหมาะกับสภาพพื้นที่จริง

เรื่องที่ห้า คือ การคืนที่ดินและโอกาสให้เกษตรกร ด้วยการผลักดันเปลี่ยนเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก. เป็นโฉนดเพื่อเกษตรกรรม เพื่อให้นำที่ดินไปค้ำประกันได้จริง ส่วนด้านหนี้สิน ได้ช่วยพักหนี้ให้เกษตรกรแล้ว 8,858 ราย วงเงินรวม 940 ล้านบาท และลดหนี้ค้างชำระของสมาชิกสหกรณ์การเกษตรได้อีกกว่า 9,300 ล้านบาท

นายสุริยะกล่าวปิดท้ายว่า ความมั่นคงทางอาหารของโลกต้องเริ่มต้นจากความมั่นคงในชีวิตของเกษตรกรไทย และย้ำว่า 99 วันที่ผ่านมาเป็นเพียงจุดเริ่มต้น จากนี้กระทรวงจะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ต่อไป
ด้านนายวัชระพล ขาวขำ เปิดเผยผลงานด้านประมงและผ้าไหมว่า ได้ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติแล้วเกือบ 300 ล้านตัว และตั้งเป้าปล่อยเพิ่มอีก 200 ล้านตัว พร้อมตั้งศูนย์เรียนรู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกหม่อนแล้ว 62,247 ไร่ ขยายความรู้ให้เกษตรกร 6,615 ราย สร้างมูลค่ารวม 811 ล้านบาท ด้านที่ดินทำกิน ได้ส่งมอบโฉนดเพื่อการเกษตรแล้ว 137,401 แปลง ตั้งเป้าให้ครบ 200,000 แปลง ภายในปี 2570 นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังอนุมัติให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทยกู้เงิน 600 ล้านบาท ไปใช้รับซื้อน้ำนมดิบ ช่วยสร้างความมั่นใจให้สหกรณ์ 44 แห่ง และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมกว่า 5,100 ราย

ขณะที่นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช กล่าวว่า เน้นทำงานแบบลงพื้นที่จริง ไม่รอฟังรายงานจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว โดยผลงานที่ทำได้แล้ว ได้แก่ เกษตรกรกว่า 22,720 ราย หันมาใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินจริง ช่วยลดต้นทุนได้ราว 30% พื้นที่เกษตรผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP แล้ว 2.56 ล้านไร่ เกษตรกรได้รับการรับรองกว่า 308,000 ราย ด้านที่ดิน นวัตกรรมแผนที่ดินรายแปลง หรือ Map4All ได้รับรางวัล United Nations Public Service Awards 2026 จากสหประชาชาติ ช่วยประชาชนบนพื้นที่สูงแล้วกว่า 39,553 ครัวเรือน พร้อมจัดสรรที่ดินนิคมสหกรณ์ให้เกษตรกรกว่า 900 ราย รวมพื้นที่ 7,143 ไร่ และแก้ปัญหาหนี้สินสมาชิกสหกรณ์กว่า 58,000 ราย ลดหนี้ได้รวม 9,325 ล้านบาท

ส่วนด้านเทคโนโลยี แอปพลิเคชัน Farmbook มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนและใช้งานแล้วกว่า 3.2 ล้านครัวเรือน ส่วนแอป DOAE Cam มียอดดาวน์โหลดสะสมกว่า 101,000 ครั้ง และมีเกษตรกรได้รับการรับรองเป็น Smart Farmer และ Young Smart Farmer รวม 9,746 ราย แบ่งเป็น Smart Farmer 8,116 ราย และ Young Smart Farmer 1,630 ราย โดยรายได้เฉลี่ยของ Smart Farmer เพิ่มขึ้นจาก 98,715 บาทต่อปี เป็น 111,892 บาทต่อปี หรือเพิ่มขึ้น 13.35% ขณะที่ Young Smart Farmer มีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 125,317 บาทต่อปี เป็น 153,417 บาทต่อปี หรือเพิ่มขึ้น 22.42% ส่งผลให้เกษตรกรทั้งสองกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยรวม 18.42%

Related
แชท