เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ลงพื้นที่จังหวัดระนอง ตรวจเข้มมาตรการควบคุมการนำผ่านยางพารา (Transit) ออกจากเขตควบคุมยาง ตามพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 มุ่งสกัดการลักลอบนำเข้ายางพาราผิดกฎหมาย ป้องกันการสวมสิทธิ์ยางไทย และรักษาเสถียรภาพราคายาง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่เกษตรกรชาวสวนยาง
การลงพื้นที่ครั้งนี้มี นางสาวฉันทนา คงนคร ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 (สวพ.7) นางสาวงามจิตร ดวงดี ผู้อำนวยการกองการยาง และนายชวิศร์ สวัสดิสาร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรระนอง ร่วมลงพื้นที่ ณ ด่านตรวจ จปร. อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์บริเวณชายแดนไทย–เมียนมา มีบทบาทสำคัญในการควบคุมการขนย้ายสินค้าเกษตรและการเชื่อมโยงเส้นทางโลจิสติกส์ในพื้นที่ภาคใต้
นายสรวุฒิ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขับเคลื่อนมาตรการประกาศพื้นที่จังหวัดชายแดนเป็น “เขตควบคุมการขนย้ายยาง” เพื่อปิดช่องว่างการลักลอบนำเข้ายางพาราผิดกฎหมาย และป้องกันการนำยางจากต่างประเทศเข้ามาสวมสิทธิ์เป็นยางไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อกลไกราคาและรายได้ของเกษตรกร โดยมุ่งควบคุมใน 3 ด้าน ได้แก่ การรักษาเสถียรภาพราคายางพาราในประเทศ การสกัดกั้นการลักลอบนำเข้ายางผิดกฎหมายและการหลีกเลี่ยงภาษี รวมถึงการยกระดับระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เพื่อสร้างความมั่นใจว่ายางพาราที่นำผ่านประเทศไทยมีคุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐาน
พร้อมทั้งได้มอบแนวทางการดำเนินงานแก่เจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 25 ที่ปฏิบัติงาน ณ ด่านตรวจ จปร. และจุดตรวจความมั่นคงศิลาสลัก โดยเน้น 3 มาตรการหลัก ได้แก่ การสร้างการรับรู้แก่ผู้ประกอบการและผู้ค้ายางพาราให้ปฏิบัติตามกฎหมาย การควบคุมการออกใบอนุญาตและการขนย้ายยางผ่านเขตควบคุมอย่างเข้มงวด และการสกัดกั้นช่องทางลักลอบตามแนวชายแดน
สำหรับจังหวัดระนอง มีผู้ค้ายางพาราที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องจำนวน 130 ราย โดยตั้งแต่เริ่มประกาศเขตควบคุมจนถึงปัจจุบัน มีการออกใบอนุญาตขนย้ายผ่านเขตควบคุมแล้ว 1,972 ฉบับ ปริมาณยางนำผ่านรวมกว่า 37,056.57 ตัน แบ่งเป็นยางก้อนถ้วย 30,634 ตัน ยางแผ่นดิบ 6,407 ตัน และน้ำยางสด 15.57 ตัน โดยจังหวัดปลายทางที่มีการนำยางผ่านมากที่สุด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์ และตรัง
นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้จังหวัดระนองบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมเจ้าท่า กำหนดพิกัดท่าเรือนำเข้าสินค้าเกษตรบริเวณแม่น้ำกระบุรีให้ชัดเจน เพื่อปิดช่องทางธรรมชาติและป้องกันการลักลอบนำเข้ายางพาราตามแนวชายแดน
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เดินหน้าปราบปรามสินค้าเกษตรผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมการนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายและปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรไทย การตรวจเข้มพื้นที่ด่าน จปร. จังหวัดระนอง จะช่วยอุดช่องว่างการลักลอบนำเข้ายางพารา และสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรชาวสวนยางไทยว่า ผลผลิตจะได้รับการคุ้มครอง ไม่ถูกกระทบจากยางผิดกฎหมายที่เข้าสู่ระบบ”
ทั้งนี้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้กำชับให้สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรระนอง หัวหน้าด่านตรวจพืชท่าเรือระนอง และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง
จากนั้น นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะ เดินทางไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรระนอง (ศวพ.ระนอง) ตำบลบางใหญ่ อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน รับฟังปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน พร้อมมอบแนวทางยกระดับการให้บริการแก่เกษตรกรและผู้ประกอบการ
โอกาสนี้ ได้มอบแนวทางปรับปรุงกระบวนการขนย้ายยางนำผ่านเขตควบคุม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ลดภาระของเจ้าหน้าที่ และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมร่วมปลูกต้นมะพร้าวเป็นที่ระลึก และผลักดันงานวิจัยและพัฒนาพืชเศรษฐกิจที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จังหวัดระนอง เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเกษตรอย่างยั่งยืนต่อไป




















Users Today :
Views Today :
Who's Online :