นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนนโยบายเสริมความมั่นคงทางเกษตรและอาหารของประเทศ โดยกำหนดให้การป้องกันและปราบปรามสินค้าเกษตร รวมถึงปัจจัยการผลิตทางการเกษตรที่ผิดกฎหมายเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงภายใต้หลัก Zero Tolerance ต่อสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย เพื่อคุ้มครองเกษตรกรไทย สร้างความเป็นธรรมทางการค้า ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร และรักษาความเชื่อมั่นของตลาดโลก
ข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่อ้างอิงฐานข้อมูลกรมศุลกากร ระบุว่า ในปี 2568 ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร รวม 1.83 ล้านล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญของเศรษฐกิจไทย ครอบคลุมสินค้าเกษตรด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง และสินค้าเกษตรแปรรูป โดยเฉพาะยางพารา ข้าว ทุเรียน น้ำตาล เนื้อไก่ และผลิตภัณฑ์ประมง ซึ่งถือเป็นสินค้าส่งออกหลักที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศและเกษตรกรไทย
รัฐบาลประเมินว่าปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตร การสวมสิทธิ์สินค้า การใช้ปัจจัยการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน และการค้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายผ่านช่องทางออนไลน์ ได้พัฒนาเป็นเครือข่ายที่สร้างผลกระทบต่อทั้งระบบ การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ความเสี่ยงด้านโรคและศัตรูพืช การสูญเสียความเชื่อมั่นของประเทศคู่ค้า และรายได้ของเกษตรกรที่ลดลงเพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหาเชิงระบบ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงจัดตั้ง ศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) ตามคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ 565/2569 ให้เป็น ศูนย์บัญชาการกลาง (War Room) ด้านความมั่นคงทางเกษตรและอาหาร ทำหน้าที่บูรณาการข้อมูล ข่าวกรอง การบริหารความเสี่ยง การสืบสวน และการบังคับใช้กฎหมายของทุกหน่วยงาน ภายใต้แนวคิด “One Mission • One Operation”
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดปฏิบัติการอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์เอกซเรย์และเทคโนโลยีศุลกากร สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ พร้อมประกาศเจตนารมณ์ร่วมของหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย ในการบูรณาการการปฏิบัติงานเพื่อปิดช่องโหว่ของสินค้าเกษตรผิดกฎหมายตลอดห่วงโซ่อุปทาน
นายสรวุฒิ กล่าวว่า ศพร. เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเปลี่ยนรูปแบบการทำงานจากการแยกส่วนของแต่ละหน่วยงานสู่การทำงานแบบบูรณาการ ใช้ข้อมูลเดียว วางแผนร่วมกัน และปฏิบัติการร่วมกัน เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และสามารถขยายผลถึงเครือข่ายผู้กระทำผิดได้อย่างเป็นระบบ
“เมื่อประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารกว่า 1.83 ล้านล้านบาทต่อปี การปล่อยให้สินค้าเกษตรผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบ ไม่ใช่เพียงการฝ่าฝืนกฎหมาย แต่เป็นภัยต่อเศรษฐกิจของประเทศ รายได้ของเกษตรกร และความเชื่อมั่นของตลาดโลก การทำงานของ ศพร. จึงมุ่งปกป้องทั้งระบบเศรษฐกิจการเกษตรของไทย” นายสรวุฒิ กล่าว
ด้าน นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ศพร. เป็นกลไกบูรณาการการปฏิบัติงานของ กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ร่วมกับกรมศุลกากรและหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อยกระดับการกำกับดูแลสินค้าเกษตรทั้งระบบ ตั้งแต่การนำเข้า การผลิต การแปรรูป การขนส่ง การจำหน่าย จนถึงการส่งออก ซึ่งจากข้อมูลผลการจับกุมของกรมศุลกากร ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 พบการดำเนินคดีเกี่ยวกับสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ผิดกฎหมาย 4,143 ราย ตรวจยึดของกลางรวมกว่า 13.70 ล้านกิโลกรัม มูลค่ารวมกว่า 509.99 ล้านบาท โดยพบการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรหลายประเภท อาทิ ข้าว กระเทียม หอมหัวใหญ่ อะโวคาโด เนื้อสัตว์แช่แข็ง ขาไก่แช่แข็ง และสินค้าเกษตรอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นทั้งตามแนวชายแดน ท่าเรือ ด่านศุลกากร และช่องทางการค้าระหว่างประเทศ
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เผยว่า การดำเนินงานจะครอบคลุมการป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรและปัจจัยการผลิตผิดกฎหมาย การป้องกันการสวมสิทธิ์และการสำแดงข้อมูลอันเป็นเท็จ การกำกับดูแลมาตรฐานสินค้าเกษตรด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง และการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร รวมถึงการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในการวิเคราะห์ความเสี่ยง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเชิงรุกครอบคลุมตั้งแต่ ชายแดน ด่านนำเข้า ท่าเรือ สนามบิน ห้องเย็น โรงคัดบรรจุ ตลาดค้าส่ง ตลาดออนไลน์ จนถึงผู้บริโภค ตามแนวทาง Whole Supply Chain Enforcement ซึ่งภายในงานมีผู้แทนจากทุกหน่วยงานได้ร่วมประกาศเจตนารมณ์ “One Mission • One Operation” พร้อมเปิดปฏิบัติการร่วมอย่างเป็นทางการ เพื่อแสดงถึงความพร้อมในการบูรณาการกำลังของทุกภาคส่วน ภายใต้เป้าหมายเดียว คือ การปกป้องเกษตรกรไทย คุ้มครองเศรษฐกิจการเกษตร ยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร และเสริมสร้างความมั่นคงทางเกษตรและอาหารของประเทศอย่างยั่งยืน
“เป้าหมายของ ศพร. ไม่ใช่เพียงการจับกุมผู้กระทำผิด แต่คือการสร้างระบบกำกับดูแลที่ทำให้เกษตรกรไทยได้รับความเป็นธรรม ผู้บริโภคได้รับความปลอดภัย และสินค้าเกษตรไทยได้รับความเชื่อมั่นจากตลาดโลก” นายรพีภัทร์ กล่าว






































Users Today : 36
Views Today : 45
Who's Online : 3