สายด่วน 1174 |    0-2579-5248 |    saraban@doa.go.th
ปรับขนาดตัวอักษร:
  1. Home
  2. »
  3. ข่าวพระราชกรณียกิจ
  4. »
  5. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุด…

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 1/2569

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมคณะผู้บริหารส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (134 – 135)

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เปิดเผยภายหลังการประชุมครั้งนี้ว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นหนึ่งกลไกในการขับเคลื่อนนโยบายภาคการเกษตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้เน้นย้ำให้ที่ประชุมร่วมพิจารณาและเสนอความเห็นในทุกประเด็นอย่างละเอียด สมเหตุสมผล และต้องคำนึงถึงประโยชน์แก่พี่น้องเกษตรกรเป็นสำคัญ

ในโอกาสนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามพันธกรณีความตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) ปี 2569-2571 สำหรับสินค้าเมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ หอมหัวใหญ่ (แห้งเป็นผงและไม่เป็นผง) หัวพันธุ์มันฝรั่ง มันฝรั่งสดเพื่อแปรรูป รวมถึงการเปิดตลาดสินค้าเกษตรตามพันธกรณีความตกลงองค์การการค้าโลก (WTO) ปี 2570-2571 สำหรับสินค้ากระเทียม พร้อมทั้งมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ เตรียมนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเห็นชอบ และมอบหมายกระทรวงพาณิชย์ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า สำหรับการเปิดตลาดกลุ่มสินค้าเมล็ดกาแฟ และผลิตภัณฑ์กาแฟ ภายใต้ความตกลงองค์การค้าโลก (WTO) ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการเงื่อนไขการบริหารการนำเข้าสินค้า และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนแนวทางการส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพภาคการผลิตในประเทศควบคู่ไปด้วย

ทั้งนี้ สถานการณ์และแนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรปี 2569 จากข้อมูลโดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ว่า ภาพรวมสถานการณ์ผลผลิตภาคการเกษตรมีทิศทางเพิ่มขึ้น ซึ่งดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตรปี 2569 คาดว่าอยู่ที่ 153.91 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหมวดพืชมีดัชนีเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 และหมวดปศุสัตว์มีดัชนีเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 สำหรับด้านเศรษฐกิจการเกษตรมีแนวโน้มขยายตัวในช่วงร้อยละ 0.5 – 1.5 โดยปัจจัยสนับสนุนหลายปัจจัยทั้งการบริหารจัดการน้ำ การเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ การควบคุมและเฝ้าระวังโรคระบาดในพืชและสัตว์ ตลอดจนการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับสินค้าเกษตร

Related
แชท