วันพุธที่ 18 มีนาคม 2569 เวลา 10.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน – ห้วยซั้ว (หลัก 22) เมืองนาซายทอง นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พร้อมด้วย นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และภริยา เฝ้าฯ รับเสด็จ
ในการนี้ นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ถวายรายงานผลการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน – ห้วยซั้ว (หลัก 22) จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรนิทรรศการผลสำเร็จของการดำเนินงานและเกษตรกรต้นแบบทั้ง 7 ด้าน ได้แก่ ด้านชลประทาน ด้านวิชาการเกษตร ด้านปศุสัตว์ ด้านประมง ด้านพัฒนาที่ดิน ด้านป่าไม้ และด้านอุทยานฯ จากนั้นทรงปลูกต้นรวงผึ้ง จำนวน 2 ต้น บริเวณหน้าอาคารสัญลักษณ์ 30 ปี และเสด็จทอดพระเนตรแปลงเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่
โอกาสเดียวกันนี้ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร คณะผู้บริหาร หน่วยงานเครือข่ายของศูนย์ฯ คณะทำงานฝ่ายไทย และเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จด้วย
กรมวิชาการเกษตร มีส่วนร่วมในการพัฒนาพืชและเป็นคณะทำงานศูนย์พัฒนาและบริการด้านการเกษตรห้วยซอน-ห้วยซั้ว (หลัก 22) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 ถึงปัจจุบัน โดยมีบทบาทภารกิจหลักในการให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาทางวิชาการแก่คณะทำงานฝ่ายลาวในการปลูกสาธิตทดลองการผลิต ผ่านการดำเนินกิจกรรม 9 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมข้าว กิจกรรมไม้ผลและขยายพันธุ์พืช กิจกรรมไม้ดอกไม้ประดับ กิจกรรมผลิตพืชผัก กิจกรรมพืชไร่และพืชพลังงาน กิจกรรมการเพาะเห็ด กิจกรรมถ่ายทอดเทคโนโลยีสาธิตขยายผล กิจกรรมขยายผลและพัฒนาหมู่บ้านเป้าหมาย และ เกษตรกรต้นแบบพัฒนาวิชาการเกษตร
กรมวิชาการเกษตร มุ่งเน้นการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” โดยการสืบสานแนวทางการดำเนินงานด้านการเกษตร ในการถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมตามแบบศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รักษาโดยการนำองค์ความรู้ ปัจจัยการผลิต และเทคโนโลยีด้านพืชพันธุ์ดีมาถ่ายทอดแก่เกษตรต้นแบบและขยายผลจนเกิดเป็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การปลูกลิ้นจี่พันธุ์ กวก.นครพนม 1 ซึ่งจะได้มีการต่อยอดให้แก่เกษตรกรในอนาคต เพื่อขยายผลให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และสร้างอัตลักษณ์ให้แก่สินค้าเกษตรของตนเองได้ อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้มีความอยู่ดีกินดี และมีรายได้ที่มั่นคงในอนาคตต่อไป























Users Today :
Views Today :
Who's Online : 