เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ลงพื้นที่ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อติดตามการดำเนินงานด้านการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและพืชผักอินทรีย์บนพื้นที่สูง พร้อมขับเคลื่อนนโยบาย การขยายการรับรองสินค้าเกษตรปลอดภัยมูลค่าสูงและพืชผักอินทรีย์ โดยบูรณาการความร่วมมือกับสหกรณ์การเกษตรและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ ควบคู่กับมาตรการลดการเผา และการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในภาคเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม
อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวว่า การพัฒนาการเกษตรบนพื้นที่สูงในปัจจุบัน ต้องดำเนินควบคู่กันทั้งด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน โดยกรมวิชาการเกษตรให้ความสำคัญกับการ ส่งเสริมการปลูกพืชทดแทนและพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูง ที่เหมาะสมกับพื้นที่สูง เพื่อทดแทนการทำเกษตรเชิงเดี่ยวและลดการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหา PM2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือและพื้นที่สูง
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรได้ติดตามกระบวนการผลิตผักปลอดภัย ตั้งแต่การคัดตัดแต่งผลผลิต การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว รับฟังสถานการณ์การผลิต การตลาด รวมถึงการดำเนินงานด้านการรับรองมาตรฐาน GAP และเกษตรอินทรีย์ เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน เพิ่มมูลค่า และสร้างทางเลือกให้เกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยนระบบการผลิตไปสู่รูปแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ในการนี้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรได้รับฟังความคิดเห็นจากตัวแทนเกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่ 4 กลุ่ม ได้แก่ สหกรณ์ผักปลอดภัยภูทับเบิก กลุ่มเกษตรกรปลูกผักอินทรีย์บ้านป่ายาบพัฒนา กกสะทอน กลุ่มเกษตรกรอินทรีย์บ้านหมากแข้ง และกลุ่มเกษตรกร GAP บ้านหมากแข้ง ซึ่งได้สะท้อนปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาการผลิตผักปลอดภัยให้ได้มาตรฐาน ควบคู่กับการลดการเผาในพื้นที่ และการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรอย่างเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและฝุ่น PM2.5
จากนั้น อธิบดีกรมวิชาการเกษตรได้เดินทางไปยังแปลงต้นแบบบ้านนาสะอุ้ง หมู่ที่ 17 ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นแปลงผลิตพืชในระบบฟื้นฟูและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกาแฟ บนพื้นที่ปลูก 2 ไร่ ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,046 เมตร โดยมีการปลูกพืชผสมผสาน ได้แก่ กาแฟอะราบิกา อะโวคาโด และมะคาเดเมีย เป็นตัวอย่างของการ ปลูกพืชทดแทนบนพื้นที่สูง ที่ช่วยใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดความจำเป็นในการเผา และเป็นต้นแบบการต่อยอด “ภูทับเบิกโมเดล” สู่พื้นที่ใกล้เคียง
พร้อมกันนี้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรได้เยี่ยมชมนิทรรศการและผลิตภัณฑ์กาแฟพรีเมียม กาแฟอัตลักษณ์จากเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาระบบการผลิตที่เชื่อมโยงตั้งแต่การปลูก การรับรองมาตรฐาน ไปจนถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรบนพื้นที่สูง
นอกจากนี้ อธิบดีกรมวิชาการเกษตรได้มอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานแก่คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 2 และหน่วยงานเครือข่าย โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ของกรมวิชาการเกษตร เพื่อสนับสนุนการปรับเปลี่ยนระบบการผลิต ลดการเผาในภาคเกษตร แก้ไขปัญหา PM2.5 อย่างยั่งยืน และยกระดับเกษตรปลอดภัยมูลค่าสูงตามหลัก “ตลาดนำการวิจัย”
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีคณะผู้บริหารกรมวิชาการเกษตรและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาสินค้าเกษตรปลอดภัยบนพื้นที่สูง ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้เกษตรกร และตอบโจทย์การแก้ไขปัญหา PM2.5 ในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม















Users Today :
Views Today :
Who's Online : 