นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม” ณ บ้านห้วยน้ำดิบ หมู่ที่ 2 ตำบลข่วงเปา อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรณรงค์และเผยแพร่ความรู้แก่เกษตรกรในการทำการเกษตรโดยไม่เผา ลดปัญหาภาวะโลกร้อน หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 โดยมีนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมคณะ เข้าร่วมงาน
โอกาสนี้ กรมวิชาการเกษตรได้ร่วมจัดนิทรรศการภายใต้หัวข้อ “นาข้าวยุคใหม่ ชีวภัณฑ์และปุ๋ยชีวภาพ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ไม่เผา เราทำได้” ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตข้าวอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การเตรียมแปลงปลูกด้วยการใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซัง เพื่อเร่งการย่อยสลายฟางข้าว ลดการเผาฟางซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของมลพิษทางอากาศ อีกทั้งช่วยหมุนเวียนธาตุอาหาร เพิ่มอินทรีย์วัตถุและจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดิน
ด้านการเตรียมเมล็ดพันธุ์ข้าว แนะนำการใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาคลุกเมล็ดพันธุ์ก่อนหว่าน เพื่อควบคุมเชื้อราก่อโรคที่ติดมากับเมล็ดพันธุ์ ลดความเสียหายจากโรคทางดิน และส่งเสริมการงอกของต้นข้าว รวมถึงการใช้ปุ๋ยพีจีพีอาร์-ทู (PGPR II) โดยการคลุกเมล็ดหรือใช้ร่วมกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยเคมีรองพื้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดใช้ธาตุอาหาร ทำให้ต้นข้าวแข็งแรง ต้านทานโรคและแมลง เพิ่มผลผลิตข้าวได้ประมาณร้อยละ 10 และลดการใช้ปุ๋ยเคมีได้ถึงร้อยละ 25
นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการใช้แหนแดงในนาข้าว เพื่อช่วยบดบังแสงแดด ลดการเกิดวัชพืชและข้าวดีด เพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน และช่วยทดแทนหรือลดการใช้ปุ๋ยไนโตรเจน ช่วยลดต้นทุนการผลิต โดยแหนแดงยังมีโปรตีนสูง สามารถนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ ลดค่าใช้จ่ายด้านอาหารสัตว์ได้อีกทางหนึ่ง
กรมวิชาการเกษตรยังได้แนะนำการใช้ประโยชน์จากฟางข้าวหลังการเก็บเกี่ยว โดยนำมาเพาะเห็ดฟางและเห็ดนางรม เพื่อสร้างรายได้เสริมให้เกษตรกร พร้อมแนะนำเห็ดพันธุ์ดี เช่น เห็ดฟางพันธุ์ กวก. สทช.1 ซึ่งให้ดอกใหญ่และให้ผลผลิตสูง รวมถึงเห็ดสกุลนางรม เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่มและการมีส่วนร่วมของชุมชนในการลดการเผาในพื้นที่การเกษตร
อีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญ คือ การใช้ถ่านชีวภาพ (Biochar) จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นวัสดุปรับปรุงดิน ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยกักเก็บน้ำ ปรับโครงสร้างดินให้ร่วนซุย ดูดซับธาตุอาหาร ปรับสมดุลความเป็นกรด-ด่าง เป็นแหล่งอาศัยของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ และช่วยกักเก็บคาร์บอนในดิน ลดภาวะโลกร้อน พร้อมสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกร
ขณะเดียวกัน กรมวิชาการเกษตรยังได้ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์พื้นที่เกษตรบนพื้นที่สูง โดยสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกพืชมูลค่าสูงที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และภูมิอากาศ อาทิ กาแฟ อาโวคาโด และพืชเศรษฐกิจทางเลือกอื่น ๆ เพื่อทดแทนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเผาในพื้นที่สูง การปรับเปลี่ยนดังกล่าวจะช่วยลดการเผา ลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง PM 2.5 ควบคู่กับการเพิ่มรายได้ สร้างความมั่นคงในอาชีพ และการใช้ทรัพยากรดินและน้ำอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน
















Users Today :
Views Today :
Who's Online : 