สายด่วน 1174 |    0-2579-5248 |    saraban@doa.go.th
ปรับขนาดตัวอักษร:
  1. Home
  2. »
  3. ข่าวผู้บริหาร
  4. »
  5. รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมวิ…

54 ปี กรมวิชาการเกษตร ก้าวต่อไป ต่อยอด ขยายผล ก้าวกระโดดผนึกพลัง DOA Together ขับเคลื่อนเกษตรไทยสู่สินค้าเกษตรปลอดภัย มูลค่าสูง และยั่งยืน

กรมวิชาการเกษตร ครบรอบ 54 ปี เดินหน้าขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยด้วยวิทยาศาสตร์ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม พร้อมยกระดับระบบการผลิตและมาตรฐานสินค้าเกษตรให้ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ ภายใต้แนวทาง “กรมวิชาการเกษตร ต่อยอด ขยายผล ก้าวกระโดด” และผนึกกำลังบุคลากรทุกภาคส่วนในแนวคิด DOA Together มุ่งสร้างผลลัพธ์ที่เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรและประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมวิชาการเกษตร วันที่ 1 ตุลาคม 2569 กรมวิชาการเกษตรยังคงเดินหน้าภารกิจสำคัญในการสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการเกษตร ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช เทคโนโลยีการผลิต การอารักขาพืช เครื่องจักรกลการเกษตร ตลอดจนการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค พร้อมเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมวิชาการเกษตร ครบรอบปีที่ 54 พร้อมมอบนโยบาย โดยชื่นชมการทำงานของกรมวิชาการเกษตรที่ขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จนบรรลุผลเป็นรูปธรรม ตอบโจทย์การเกษตรยุคใหม่ และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยให้มั่นคงและมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ตามนโยบายของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มุ่งเน้นการผลิต “สินค้าเกษตรปลอดภัย มูลค่าสูง” และแนวคิด “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” จำเป็นต้องอาศัยการทำงานที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยกรมวิชาการเกษตรมีส่วนสำคัญในการนำผลงานวิจัยและเทคโนโลยีไปสนับสนุนการผลิตจริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน สร้างมูลค่าเพิ่ม และเปิดโอกาสให้สินค้าเกษตรไทยเข้าสู่ตลาดที่มีมูลค่าสูงขึ้น

ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภาคการเกษตรกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน ต้นทุนการผลิต ความผันผวนของตลาดโลก การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และความต้องการอาหารที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังมีข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมและมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ ที่ส่งผลต่อรูปแบบการผลิตสินค้าเกษตร ทำให้การพัฒนาภาคการเกษตรจำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือสำคัญ กรมวิชาการเกษตรจึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อช่วยให้เกษตรกรปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่การพัฒนาพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม การจัดการโรคและแมลงศัตรูพืช การใช้ชีวภัณฑ์ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ไปจนถึงการพัฒนาระบบตรวจสอบและรับรอง ที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าเกษตรไทย

ขณะเดียวกัน กรมวิชาการเกษตรให้ความสำคัญกับการเตรียมภาคการเกษตรไทยให้พร้อมต่อกติกาใหม่ของตลาดโลก โดยเฉพาะเรื่องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การตรวจสอบย้อนกลับ และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมและห่วงโซ่อุปทาน อาทิ มาตรการด้านคาร์บอนและกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำลายป่า ซึ่งจะมีผลต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในอนาคต และสิ่งสำคัญคือการพัฒนาการเกษตรให้มีความแม่นยำและมีมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยตั้งแต่การเลือกพันธุ์ให้เหมาะกับพื้นที่ การใช้เทคโนโลยีชีวภาพและชีวภัณฑ์ การบริหารจัดการศัตรูพืช ตลอดจนการประยุกต์ใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ทิศทางการทำงานของกรมฯ ในปีที่ 54 จะเน้นการเปลี่ยน “งานวิจัย” ให้เกิด “การใช้ประโยชน์” มากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับโจทย์ของเกษตรกรและความต้องการของตลาดเป็นตัวตั้ง ภายใต้แนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ให้การวิจัยและพัฒนาไม่หยุดอยู่เพียงในห้องปฏิบัติการ แต่สามารถนำไปต่อยอดในพื้นที่และสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้จริง

“การก้าวเข้าสู่ปีที่ 54 ไม่ได้หมายถึงเพียงการเดินหน้าตามภารกิจเดิม แต่เป็นการยกระดับวิธีคิด และวิธีทำงานให้สอดรับกับบริบทใหม่ของโลก โดยนำจุดแข็งด้านงานวิจัย บุคลากร และเครือข่ายของกรมฯ มาผนึกกำลังเป็นหนึ่งเดียวภายใต้แนวคิด DOA Together เชื่อมโยงทุกหน่วยงานและทุกภาคส่วน ตั้งแต่นักวิจัย นักวิชาการ เจ้าหน้าที่ เกษตรกร ภาคเอกชน และเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อให้เกิดการต่อยอด ขยายผล และก้าวกระโดด จากองค์ความรู้ไปสู่การสร้างโอกาสและรายได้ให้เกษตรกร พร้อมวางรากฐานภาคการเกษตรไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง แข่งขันได้ และยั่งยืนในอนาคต” นายรพีภัทร์ กล่าว

Related
แชท