สายด่วน 1174 |    0-2579-5248 |    saraban@doa.go.th
  1. Home
  2. »
  3. ข่าวผู้บริหาร
  4. »
  5. “BIE หนุนไทยเต็มที่! ชื่นชม “Korat Expo 2572” มุ่ง…

กรมวิชาการเกษตร ประกาศแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ร่วมรัฐ เอกชน เกษตรกร ควบคุมคุณภาพทุเรียนส่งออกไปจีน ตลอดห่วงโซ่อุปทาน และขยายการส่งออกผักผลไม้ ไปสหภาพยุโรป ปี พ.ศ. 2567

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เชิญ ผู้แทนกรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) สมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย สมาคมผู้ประกอบการพืชผักผลไม้ไทย สมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก สมาคมการค้าธุรกิจเกษตรไทย-จีน สมาคมทุเรียนไทย รองประธานคณะกรรมการเพิ่มมูลค่าพืชเกษตร และผู้ส่งออก ประชุมหารือเตรียมความพร้อมการส่งออกทุเรียนไปจีนของภาคตะวันออกฤดูกาลส่งออกปี พ.ศ. 2567 ภายใต้นโยบายของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการเพิ่มรายได้เกษตรกร 3 เท่าภายใน 4 ปี โดยทุเรียนเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญที่จะขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ การประชุมมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้าง แผนปฏิบัติการ (Action Plan) ควบคุมคุณภาพทุเรียนส่งออกไปจีนตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่การกำหนดนโยบาย สวน โรงคัดบรรจุ การส่งออก การขนส่ง การตลาด การแปรรูป และการเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับเกษตรกร และผู้ประกอบการ ที่มีการบูรณาการของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน มีแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนในแต่ละขั้นตอนเชื่อมโยงกัน ภายใต้ “จันทบุรีโมเดล” พร้อมขยายผลไปทุกภูมิภาคที่ผลิตทุเรียนส่งออกทั่วประเทศ ทำให้มั่นใจได้ว่าการส่งออกทุเรียนไทยไปจีนในปี พ.ศ. 2567 จะยังคงสดใส ถึงแม้ว่าจะต้องเผชิญกับการแข่งขันจากประเทศคู่แข่งในตลาดจีนก็ตาม

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า “Action Plan นี้จะมีประโยชน์ อย่างมากต่อการกำหนดทิศทางในการทำงาน การควบคุมคุณภาพทุเรียนส่งออกไปจีนตลอดทั้ง Supply chain กรมวิชาการเกษตร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลทั้งการขึ้นทะเบียนสวน GAP การขึ้นทะเบียน โรงคัดบรรจุ GMP-DOA การตรวจวิเคราะห์น้ำหนักเนื้อแห้งของทุเรียนตาม มกษ.3-2557 โรงคัดบรรจุโดยชุดปฏิบัติการพิเศษของสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 6 (สวพ.6) การตรวจสอบศัตรูพืชและการปฏิบัติตามพิธีสารไทย-จีน ณ โรงคัดบรรจุ การออกใบรับรองสุขอนามัยพืช (PC) โดยด่านตรวจพืช รวมถึงประสานแก้ไขปัญหาในการส่งออกต่างๆ โดยฤดูกาลส่งออกทุเรียนของภาคตะวันออกปี พ.ศ. 2567 นี้ กรมวิชาการเกษตรได้เตรียมความพร้อมของกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ สวพ.6 และศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรีกว่า 180 คน สลับเปลี่ยนหมุนเวียนทำหน้าที่ตั้งแต่เดือนมีนาคมจนสิ้นสุดฤดูกาลส่งออก และได้ให้ด่านตรวจพืชเพิ่มผู้จัดการเขตพื้นที่ทุเรียน (DIZ) จากเดิม 6 คน เพิ่มเป็น 9 คน เพื่อให้ครอบคลุมไปยังพื้นที่ผลิตทุเรียนในจังหวัดอุตรดิตถ์ ศรีสะเกษ กาญจนบุรี และยะลา และเพิ่มกำลังนายตรวจพืชจากเดิม 44 คน เพิ่มเป็น 60 คน พร้อมให้บริการ อำนวยความสะดวกในการส่งออกแก่ผู้ประกอบการ โดยวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา สำนักงานศุลกากรของจีน (GACC) ขึ้นทะเบียนสวนทุเรียน GAP จำนวน 76,948 สวน ในจำนวนนี้อยู่ในภาคตะวันออก จำนวน 30,809 สวน และโรงคัดบรรจุ GMP-DOA จำนวน 1,926 แห่ง อยู่ในภาคตะวันออก จำนวน 875 แห่ง เฉพาะในจังหวัดจันทบุรี จำนวน 801 แห่ง จึงยืนยันได้ว่า จำนวนใบรับรอง GAP ทุเรียนมีอย่างเพียงพอแน่นอน และกรมวิชาการเกษตรจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดหากพบการสวมสิทธิ์ใบรับรอง GAP หรือการให้เช่าโรงคัดบรรจุพร้อมกับใบรับรอง GMP-DOA”

สถิติการส่งออกทุเรียนส่งออกไปจีนของกรมวิชาการเกษตรเปิดเผยว่า ในปีพ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา ไทยส่งออกทุเรียนไปจีนทั้งหมด 57,000 ตู้/ชิปเม้นท์ ปริมาณสูงถึง 945,900 ตัน มูลค่า 120,469.34 ล้านบาท (จากปีก่อนส่งออก 8.11 แสนตัน มูลค่า 8.7 หมื่นล้านบาท) โดยส่งออกทางรถยนต์มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 63.90 รองลงมาคือทางเรือ ร้อยละ 31.72 ทางอากาศ ร้อยละ 3.21 และทางรถไฟ ร้อยละ 1.17 โดยทุเรียนถูกส่งออกจากประเทศไทยจากด่านนครพนมมากที่สุด รองลงมาคือ ด่านเชียงของ และด่านท่าเรือแหลมฉบัง ดังนั้น ทุเรียนไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายในการส่งออกทุเรียนไปยังตลาดจีน ไทยต้องมีการควบคุมคุณภาพทุเรียนให้มีความสม่ำเสมอเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค ซึ่งที่ผ่านมา จันทบุรีโมเดลก็ตอบโจทย์ตรงนี้ได้เป็นอย่างดี”

การประชุมครั้งนี้ได้มีการหารือถึงแผนรองรับเมื่อมีการประกาศใช้ มาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ.9070-2566 เรื่อง “กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร: หลักปฏิบัติในการตรวจ และรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ” โดย มกอช. และ สวพ.6 มีแผนที่จะจัดประชุมทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ขณะที่กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตรเห็นชอบร่วมกันในหลักการที่จะให้เชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรกับฐานข้อมูล GAP เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบย้อนกลับ การจัดตั้งกองทุนทุเรียนเพื่อนำรายได้จากการส่งออกมาสนับสนุนการควบคุมคุณภาพทุเรียนทั้งระบบ

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางการขยายการส่งออกสินค้าผักและผลไม้ ไปยังสหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักร โดยกรมวิชาการเกษตรได้ส่งเงื่อนไขการจัดการแมลงวันผลไม้ก่อนการส่งออกมะเขือ และพริกให้สหราชอาณาจักรพิจารณาแล้ว รวมถึงอนุญาตให้ส่งออกมะละกอดิบ ที่ผ่านการดำเนินการตามระบบ system approach คือ เก็บเกี่ยวระยะ 90-120 วันหลังดอกบาน หรือแช่น้ำร้อน 46 องศาเซลเซียสต่อเนื่อง 5 นาที หรืออบไอน้ำ 47 องศาเซลเซียสต่อเนื่อง 20 นาที รวมถึงอนุญาตให้ส่งออกมะละกอสุก ที่ผ่านการ แช่น้ำร้อน 46 องศาเซลเซียสต่อเนื่อง 5 นาที หรืออบไอน้ำ 47 องศาเซลเซียสต่อเนื่อง 20 นาที ซึ่งเป็นมาตรการในการกำจัดแมลงวันผลไม้ รวมถึงอนุญาตให้ส่งออกส้มโอติดเปลือกและส้มโอที่แกะเปลือกชั้นนอกมีนวมสีขาวจากแหล่งผลิตที่ปลอดโรคแคงเกอร์ (Xanthomonas citri pv. aurantifolii และ Xanthomonas citri pv. citri) และโรคจุดดำ (Phyllosticta citricarpa) ซึ่งปัจจุบันมีอยู่เฉพาะที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงรายเท่านั้น ขณะที่ส้มโอแกะเนื้อที่มีเยื่อบางหรือพร้อมรับประทานสามารถส่งออกได้โดยไม่มีเงื่อนไขดังกล่าว พร้อมมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อส่งเสริมและแก้ไขปัญหาการส่งออกผักผลไม้ไปสหภาพยุโรป เพื่อการดำเนินงานในเชิงบูรณาการของทุกภาคส่วน

#กรมวิชาการเกษตร #DOATOGETHER

#51ปี กรมวิชาการเกษตร

Related
แชท